Louis Moinet STELLARIUM ถ่ายทอดความงามของจักรวาลผ่านศาสตร์แห่งเรือนเวลา

Louis Moinet (หลุยส์ มัวเนต์) เผยโฉม STELLARIUM เรือนเวลาที่ได้แรงบันดาลใจจากดาราศาสตร์ ถ่ายทอดความงดงามของหมู่ดาวและการเคลื่อนตัวของดาวเคราะห์ผ่านงานออกแบบหน้าปัดหลายชั้น พร้อมกลไกฟลายอิงทูร์บิญองที่เผยให้เห็นความประณีตของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ผลงานรุ่นนี้ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของเมซง ผ่าน Compteur de tierces โครโนกราฟที่ Louis Moinet สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1816 และได้รับการยอมรับว่าเป็นโครโนกราฟเรือนแรกในประวัติศาสตร์
STELLARIUM เปิดมุมมองสู่จักรวาลผ่านรายละเอียดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวเรือน บนหน้าปัดเสนอหมู่ดาวที่ส่องประกายบนฉากหลังจากหินอุกกาบาต Muonionalusta ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปถึงช่วงกำเนิดระบบสุริยะเมื่อราว 4.5 พันล้านปีก่อน หินอุกกาบาตจากสวีเดนชิ้นนี้โดดเด่นด้วยลวดลาย Widmanstätten ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ก่อนผ่านกระบวนการปรับแต่งสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม สื่อถึงท้องฟ้ายามค่ำคืนอันลุ่มลึก

ประกอบหน้าปัดด้วยองค์ประกอบหลายชั้น ผสานหินอุกกาบาตเข้ากับแผ่นแซฟไฟร์โปร่งใส ช่วยสร้างมิติให้กับภาพหมู่ดาวและเส้นละติจูดกับลองจิจูด ขณะที่ดวงดาวเรืองแสงสีฟ้าเมื่ออยู่ในสภาพแสงที่เหมาะสม ทำให้หน้าปัดเผยรายละเอียดแตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืน
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญอยู่ที่ด้านหลังของตัวเรือน เผยภาพระบบสุริยะผ่านดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่วาดด้วยมือและจัดเรียงบนกริดอย่างประณีต โดยตำแหน่งของดาวเคราะห์อ้างอิงจากวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2013 วันที่ Jean-Marie Schaller เผยโฉม Compteur de tierces ของ Louis Moinet ณ Neuchâtel Observatory (หอดูดาวนูชาแตล) เป็นหมุดหมายสำคัญในการยืนยันสถานะทางประวัติศาสตร์ของผลงาน
การจัดเรียงดาวเคราะห์สามารถปรับเปลี่ยนตามวันที่ ที่มีความหมายต่อเจ้าของนาฬิกาได้ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบหรือช่วงเวลาสำคัญในชีวิต ทำให้ STELLARIUM เป็นมากกว่าเรือนเวลาที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางดาราศาสตร์ แต่เปิดพื้นที่ให้ความทรงจำส่วนบุคคลกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลบนข้อมือ


ตัวเรือนขนาด 42.5 มิลลิเมตร ผลิตจากทองคำเรดโกลด์ 18K 5N ผสานโครงสร้างไทเทเนียมเกรด 5 เคลือบสีน้ำเงินด้วย DLC ดีไซน์ด้านข้างแบบโอเพนเวิร์กเผยให้เห็นโครงสร้างภายใน ขณะที่กระจกแซฟไฟร์เพิ่มมิติให้กับเส้นสายและองค์ประกอบต่างๆ ของตัวเรือน ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรูปทรงของคอลเลกชัน IMPULSION
ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือ Calibre LM180 ผสานฟลายอิงทูร์บิญงแบบเยื้องศูนย์กลาง และตลับลานสองชุดที่จัดวางตามระบบ “volte-face” รองรับพลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 96 ชั่วโมง กลไกดังกล่าวทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ฟังก์ชันแสดงชั่วโมงและนาที โดยนำหินอุกกาบาต Muonionalusta มาใช้เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบบริเวณกรงทูร์บิญงด้วย

ผสานดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกา และงานฝีมือเชิงกลไกเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ เปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองบันทึกช่วงเวลาสำคัญของตนเองผ่านตำแหน่งของดวงดาว สะท้อนแนวคิดที่ว่าเวลาไม่ได้มีเพียงหน้าที่บอกชั่วโมงและนาที แต่ยังเชื่อมโยงกับเรื่องราวและความทรงจำที่มีความหมายต่อแต่ละบุคคล ผลิตเพียง 12 เรือนทั่วโลก
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF LOUIS MOINET

