Louis Moinet ถ่ายทอดความหลงใหลในจักรวาลผ่าน Moon Meteor เรือนเวลาที่ผสานศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาเข้ากับศิลปะจุลจิตรกรรมและชิ้นส่วนอุกกาบาตหายาก มีเพียง 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet ถ่ายทอดความหลงใหลในจักรวาลผ่าน Moon Meteor เรือนเวลาที่ผสานศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาเข้ากับศิลปะจุลจิตรกรรมและชิ้นส่วนอุกกาบาตหายาก เผยทิวทัศน์ของห้วงอวกาศบนหน้าปัด ผสานกลไกแสดงวัฏจักรของดวงจันทร์เชิงดาราศาสตร์ที่ทำงานอย่างแม่นยำ ผลิตเพียง 12 เรือนทั่วโลก
ดวงจันทร์เป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์จินตนาการถึงจักรวาลอันไร้ขอบเขตมาอย่างยาวนาน และแนวคิดนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Moon Meteor ผลงานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างดาราศาสตร์ ศิลปะและศาสตร์แห่งการบอกเวลา ผ่านหน้าปัดที่จำลองทิวทัศน์ของเนบิวลาอันเต็มไปด้วยสีสัน ตัดกับองค์ประกอบจากอุกกาบาตจริงและภาพนักบินอวกาศที่โคจรอยู่เหนือดวงจันทร์ โดยรายละเอียดบางส่วนจะเผยความงดงามแตกต่างออกไปเมื่ออยู่ในความมืด ด้วยการใช้วัสดุเรืองแสงที่ช่วยเติมมิติให้กับหน้าปัด

Nathanaël Schaller (นาธานาเอล ชาลเลอร์) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Les Ateliers Louis Moinet ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความหลงใหลในจักรวาลและหินอุกกาบาตที่ได้รับการส่งต่อจากคุณพ่อ ผสานเข้ากับประวัติศาสตร์ของ Louis Moinet ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการสังเกตการณ์ท้องฟ้ามาตั้งแต่อดีต จนเกิดเป็นผลงานที่ใช้สีสัน พื้นผิว และแสงเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราวของจักรวาลผ่านงานประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง

โดดเด่นด้วยหน้าปัดของ Moon Meteor รังสรรค์ด้วยเทคนิคจุลจิตรกรรมที่อาศัยความละเอียดสูง โดยศิลปินลงสีผ่านกล้องจุลทรรศน์ด้วยพู่กันขนาดเล็ก สร้างมิติของเนบิวลาด้วยการเคลือบสีและแลกเกอร์หลายชั้น เติมสารเรืองแสงเพื่อให้ภาพทิวทัศน์แห่งจักรวาลปรากฏรายละเอียดอีกครั้งในยามค่ำคืน กระบวนการนี้ต้องอาศัยทั้งทักษะทางศิลปะและความแม่นยำในการควบคุมวัสดุ เพื่อให้ผลงานมีความสมบูรณ์ทั้งในแสงปกติและความมืด
อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือการนำหินอุกกาบาตสามชนิดมาประดับบนหน้าปัด ได้แก่ NWA 13925 ซึ่งมีต้นกำเนิดจากดาวอังคาร Jbilet Winselwan ซึ่งพบกรดอะมิโนในองค์ประกอบ และ Sahara 97093 อุกกาบาตชนิด EH3 enstatite ที่มีไมโครไดมอนด์จากห้วงอวกาศ ขณะที่ขอบหน้าปัดด้านในใช้หินอุกกาบาต Muonionalusta ซึ่งมีอายุราว 4.5 พันล้านปี เผยลวดลาย Widmanstätten อันเป็นเอกลักษณ์ของโครงสร้างผลึกในอุกกาบาตเหล็ก


จุดเด่นของ Moon Meteor อยู่ที่แผ่นดิสก์ดวงจันทร์ทรงโดม ซึ่งแกะสลักและลงสีด้วยมือถ่ายทอดรายละเอียดของพื้นผิวดวงจันทร์ ทั้งหลุมอุกกาบาตและแนวสันต่างๆ สารเรืองแสงที่ช่วยให้รายละเอียดปรากฏชัดเจนขึ้นในยามค่ำคืน
การแสดงวัฏจักรของดวงจันทร์ได้รับการเติมเต็มด้วยหินอุกกาบาตจากดวงจันทร์สองชนิด ได้แก่ Gadamis 005 ซึ่งมีลวดลายสีเทาและขาวคล้ายหินอ่อน ใช้แทนภาพดวงจันทร์เต็มดวง และ Dhofar 457 ที่มีสีดำเข้ม ใช้แทนดวงจันทร์ดับ เหนือแผ่นดิสก์ยังมีนักบินอวกาศขนาดเล็กที่วาดด้วยมือ ทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงในการอ่านวัฏจักรของดวงจันทร์ที่เคลื่อนผ่านใต้ตำแหน่งของเขา

Moon Meteor มาในตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ผ่านการขัดเงาและขัดซาติน เส้นผ่านศูนย์กลาง 40.7 มิลลิเมตร หนา 17.92 มิลลิเมตร ครอบด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน เปิดมุมมองสู่รายละเอียดบนหน้าปัดได้อย่างชัดเจน
กลไกแสดงข้างขึ้นและข้างแรมได้พัฒนาร่วมกับ Concepto พันธมิตรด้านกลไกนาฬิกาของแบรนด์ โดยใช้ชุดเฟือง 135 ซี่ เพื่อให้การแสดงดวงจันทร์เชิงดาราศาสตร์มีความแม่นยำสูง ด้วยค่าความคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งวันตลอดระยะเวลา 122 ปี ขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลอัตโนมัติ Calibre LM113 สำรองพลังงาน 48 ชั่วโมง ฟังก์ชันแสดงชั่วโมง นาที วินาทีและวัฏจักรของดวงจันทร์ คุณสมบัติกันน้ำ 30 เมตร คู่สายนาฬิกาหนังจระเข้ Louisiana และตัวล็อกแบบบานพับสามทบที่ปรับความกระชับ

ถ่ายทอดรายละเอียดตั้งแต่จุลจิตรกรรมเรืองแสง หินอุกกาบาตจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน ไปจนถึงกลไกดวงจันทร์เชิงดาราศาสตร์ สะท้อนแนวทางการสร้างสรรค์ของ Les Ateliers Louis Moinet ที่มองนาฬิกาเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่เป็นพื้นที่สำหรับถ่ายทอดเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และจินตนาการผ่านงานฝีมือชั้นสูง โดย Moon Meteor ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 12 เรือนทั่วโลก แต่ละเรือนสลักข้อความ “One of Twelve” เพื่อระบุสถานะของผลงานลิมิเต็ด เอดิชัน ที่ได้แรงบันดาลใจจากความมหัศจรรย์ของจักรวาล
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF LOUIS MOINET


