The Sandman การมาถึงของซีรีส์ดาร์ค-แฟนตาซีสุดฮิตที่ทุกคนรอคอย


โลดแล่นไปในโลกความฝันกับมอเฟียสใน The Sandman ซีรีส์แฟนตาซีสุดดาร์คที่สร้างจากการ์ตูนชื่อดังของ DC โดยนีล ไกแมน


หลังจากถูกจองจำมาเนิ่นนาน ล่าสุดมอร์เฟียส ราชาแห่งความฝันในซีรีส์ดราม่า-แฟนตาซีสุดดาร์คจากหนังสือการ์ตูนในชื่อเดียวกันของนีล ไกแมน (Neil Gaiman) ที่ทุกคนรอคอยอย่าง The Sandman ก็ได้ออกมาโลดแล่นในรูปแบบคนแสดงบน Netflix เสียที และแน่นอนว่าแฟนคอมิกส์ก็ให้การตอบรับอย่างอบอุ่น จนซีรีส์กระโดดขึ้นชาร์ต TOP10 ตั้งแต่วันแรกที่ซีรีส์เข้าฉาย

The Sandman

เดอะ แซนด์แมน เป็นผลงานซีรีส์ที่ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูน The Sandman: Preludes & Nocturnes และ The Sandman: The Doll’s House ซึ่งเล่าเรื่องราวของมอร์เฟียส (Morpheus) ราชาแห่งความฝันที่ถูกลักพาตัวและจองจำเอาไว้กว่า 100 ปี แถมยังขโมยเอาอาวุธอันเป็นเครื่องยศที่เขาใช้ปกครองโลกแห่งความฝันไปทำให้ผู้คนบนโลกมนุษย์ได้รับผลกระทบทั้งจากการหลับและการตื่น และยังทำให้โครินเธียน (Corinthian) ปีศาจแห่งความฝันออกมาอาละวาดและสร้างความวุ่นวาย หลังจากมอร์เฟียสหลุดพ้นจากการจองจำ เขาจึงเริ่มเดินทางเพื่อตามหาเครื่องยศที่หายไปของเขา และออกตามหาโครินเธียนเพื่อนำตัวมันกลับมาจองจำ เพื่อรักษาสมดุลย์ของโลก และปกป้องดินแดนแห่งความฝันเอาไว้ไม่ให้ล่มสลาย

ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงในหมู่แฟนๆ และคอหนังตั้งแต่ทาง Netflix ได้ประกาศว่าจะมีการสร้างคอมิกส์นี้ในรูปแบบคนแสดง เพราะเดอะ แซนด์แมน เป็นผลงานที่ถูกยกย่องให้เป็นหนังสือการ์ตูนขายดีของ The New York Times และยังได้รับคำชื่นชมมาอย่างไม่ขาดสายโดยตลอด ว่ามีปรัชญาและเรื่องราวที่ล้ำลึกน่าสนใจเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างเทพและนามธรรม จนกลายเป็นคอมิกส์เรื่องโปรดของทั้งผู้อ่านเด็กและผู้ใหญ่หลายๆ คน

The Sandman

ซึ่งบทบาทสำคัญอย่าง มอร์เฟียสหรือแซนด์แมน เทพเจ้าแห่งความฝันผู้เป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก ก็ได้ทอม สเตอร์ริดจ์ (Tom Sturridge) จากซีรีส์ดราม่า Sweetbitter (2017-2018) มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวและยังเป็นผู้ให้เสียงบรรยายเพื่อดำเนินเรื่องด้วยตนเอง ทำให้การเล่าเรื่องของซีรีส์ทั้งน่าสนใจและมีความลึกลับน่าติดตาม

การท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กับตัวละครมอร์เฟียส ทั้งในโลกแห่งความฝัน จิตใจที่ดำมืดของมนุษย์ และผจญภัยในแดนนรกโลกันตร์ที่ถูกออกแบบศิลป์และซีจีอย่างชาญฉลาด เพื่อตามหาข้าวของที่หายไปโดยได้ความช่วยเหลือจากตัวละครในเรื่อง จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกระตุ้นให้เราอยากจะติดตามต่อ ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะนำพาเราไปพบกับสิ่งใด

The Sandman

นีล ไกแมน (Neil Gaiman) ผู้เขียนได้เผยว่าการกลับมาเขียนเรื่องราวที่จะเล่าในซีรีส์ชุดนี้ มีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากฉบับการ์ตูนซึ่งถูกเขียนขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ. 1987 และเต็มไปด้วยกลิ่นอายรวมทั้งประเด็นต่างๆ ในสังคมยุค 80s ต่างจากซีรีส์ที่ถูกปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน

แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งเอกลักษณ์และเสน่ห์ในแบบฉบับการ์ตูนที่สอดแทรกตำนานเมือง นิทานพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์และตำนานเทพปกรณัมต่างๆ มาอ้างอิงและถ่ายทอดใหม่ เช่นการนำเอา พันหนึ่งราตรี (The Arabian Nights) นิทานพื้นบ้านอาหรับมาขยับปรับเปลี่ยนบริบทเสียใหม่อย่างน่าสนใจเพื่อทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า ผู้คนและโลกได้รับผลกระทบอย่างไรจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับมอร์เฟียส และเอาใจช่วยว่าเขาจะกอบกู้เรื่องราวทั้งหมดนั้นอย่างไร

การหยิบคาแรคเตอร์คาอินและอาเบล (Cain and Abel) ลูกชายของอาดัมและเอวาตามพระคัมภีร์ไบเบิลมาทำหน้าที่สองพี่น้องผู้ดูแลโลกแห่งความฝัน โดยได้อาซิม เชาด์รีย์ (Asim Chaudhry) และ ซานจีฟ บาสคาร์ (Sanjeev Bhaskar) มาถ่ายทอดบทบาทของคาอิน พี่ชายผู้ก้าวร้าวและโหดร้าย กับอาเบล น้องชายผู้อ่อนโยนและเป็นเบี้ยล่างเสมอ

The Sandman

หรือการหยิบตัวละคร ลูซิเฟอร์ (Lucifer Morningstar) ซาตานผู้เป็นเจ้าแห่งการโกหกโป้ปด มาร้อยเรียงและเล่าใหม่ในเวอร์ชั่นที่เป็นผู้หญิง โดยได้นักแสดงสาวเกวนโดลีน คริสตี (Gwendoline Christie) มาถ่ายทอด ก็ช่วยให้ผู้ชมได้สัมผัสกับมิติและเรื่องราวที่หลากหลายและต่างไปจากเวอร์ชั่นที่คุ้นเคย

รวมทั้งตัวละครลูเชียน (Lucienne) บรรณารักษ์สาวในโลกแห่งความฝัน ที่รับบทโดย วิเวียน อาเซียมปง (Vivienne Acheampong) ที่ถูกปรับเปลี่ยนจากเวอร์ชั่นต้นฉบับคอมิกส์ที่ถูกเปลี่ยนคาแรคเตอร์บรรณารักษ์ชายผิวขาว มาสู่การเป็นตัวละครบรรณารักษ์สาวผิวสีผู้ฉลาดหลักแหลม ซึ่งนีล ไกแมน ก็ได้เผยบนทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่าตัวละครลูเซียนเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชั่นต้นฉบับที่เขาชอบที่สุด

แต่เรื่องราวใน Sandman Universe ยังมีเนื้อหาอีกมากมายที่ซีรีส์ในซีซันแรกซึ่งมีความยาวเพียง 10 ตอนยังไม่ได้เล่าถึง โดยในต้นฉบับการ์ตูนคอมิกส์ แซนด์แมนมีเนื้อหาในภาคหลักถึง 10 เล่มและซีรีส์ซีซันแรกนำเสนอเรื่องราวไปเพียงสองเล่มแรกเท่านั้น ซึ่งนั่นแปลว่าหากผลตอบรับของซีรีส์ชุดนี้เป็นที่น่าพอใจ เราอาจจะได้ดูซีซันต่อไปอีกหลายซีซันเลยทีเดียว!

ชม The Sandman ได้แล้ววันนี้พร้อมเสียงพากย์ภาษาไทยบน Netflix


CREDIT:
PHOTOS: COURTESY OF NETFLIX


อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้บน Padthai.co

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn
On Key

Related Posts

Your Tarot Weekly

Post Views: 24 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน – วันเสาร์ที่​ 1 ตุลาคม พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวงชะตามักมี…

PINOCCHIO การ์ตูนสุดคลาสสิกจากดิสนีย์กลับมาอีกครั้งในฉบับคนแสดง

รีวิวหลังดูจบแบบไม่สปอยล์ : PINOCCHIO ย้อนวัยเยาว์กับหุ่นไม้จมูกยาวและความฝันจะกลายเป็นคน ผลงานการกำกับจากโรเบิร์ต เซเม็กคิส

Tarot 18 Sep_thumbnail

Your Tarot Weekly

Post Views: 58 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน – วันเสาร์ที่​ 24 กันยายน พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวงชะตามัก…

Seoul Vibe : เหยียบมิดไมล์ เจาะเวลาหาอดีตซิ่งทะลุโซลไปกับยูอาอิน

รีวิวหลังดูจบแบบไม่สปอยล์ : Seoul Vibe ซิ่งทะลุโซล – มองประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่แฝงไว้ภายใต้หนังซิ่งรถเบาสมองที่มีอะไรให้ค้นหามากกว่าที่คิด

Your Tarot Weekly

Post Views: 43 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน – วันเสาร์ที่​ 17 กันยายน​ พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวง…