TAG Heuer พลิกโฉมไอคอนทรงสี่เหลี่ยม เผยโฉมรุ่นล่าสุดของ TAG Heuer Monaco Chronograph ในงาน Watches & Wonders 2026

TAG Heuer Monaco นับตั้งแต่ปีค.ศ.1969 เป็นต้นมาได้สร้างปรากฏการณ์ในอุตสาหกรรมนาฬิกา ในฐานะนาฬิกาโครโนกราฟข้อมือทรงสี่เหลี่ยมเรือนแรก ที่สามารถกันน้ำ ขับเคลื่อนด้วยกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ Caliber 11 ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดยุคนั้น ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการออกแบบอาวองการ์ดและนวัตกรรม TAG Heuer Monaco คงสร้างความโดดเด่นตลอดประวัติศาสตร์ของนาฬิกา
TAG Heuer พลิกโฉมไอคอนทรงสี่เหลี่ยม เผยโฉมรุ่นล่าสุดของ TAG Heuer Monaco Chronograph ในงาน Watches & Wonders 2026 ก้าวเข้าสู่ดีไซน์ที่ปรับให้โค้งมนอันความประณีตและยกระดับการสวมใส่ที่สบายยิ่งขึ้น ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นอ้างอิง 1133 ที่เปิดตัวมากว่าครึ่งศตวรรษ ผ่านมาขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติจาก In-house Caliber TH20-11



โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนที่คมชัดและเป็นเหลี่ยมมุม คมชัดยิ่งขึ้นด้วยกระจกแซฟไฟร์ ตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 39 มิลลิเมตร ออกแบบให้มีด้านข้างโค้งรับอย่างนุ่มนวล ฝาหลังตัวเรือนสะท้อนถึงการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ส่วนกลางทรงกลมมี ขนาดเล็กลงและโค้งรับไปยังขอบตัวเรือน สะท้อนรายละเอียดจากต้นแบบดั้งเดิม



โดยหน้าปัดได้รับการปรับรายละเอียดให้ประณีตและยกระดับ โดยจัดวางตัวอักษรและตำแหน่ง จากการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สามารถอ่านค่าได้อย่างชัดเจน ผสานรูปทรงและองค์ประกอบที่ติดตั้งบนหน้าปัดเสริมภาพรวม ดีไซน์หน้าปัดย่อยแบบตัดกันและการใช้พื้นผิวที่หลากหลายช่วยเพิ่มมิติ เผยเอกลักษณ์ให้โดดเด่นในสามโทนสี โดยประกอบด้วยสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของ TAG Heuer Monaco ซึ่งได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากเรือนเวลาที่ Steve McQueen (สตีฟ แม็คควีน) สวมใส่ในภาพยนตร์ Le Mans (เลอ มังส์) ปีค.ศ.1971 และอีกหนึ่งเวอร์ชันคือสีเขียวเข้มแบบปัดลาย ซันเรย์เคลือบแลคเกอร์ สะท้อนกลิ่นอายอันคลาสสิกของ British Racing Green (บริติช เรซิง กรีน) และรุ่นสีดำที่มาในตัวเรือนแบบทูโทนผสานไทเทเนียมเกรด 5 เข้ากับโรสโกลด์ 18K 5N อย่างลงตัว


TAG Heuer Monaco เสริมด้วยหน้าปัดแบบ Bi-Compax ที่มีหน้าปัดย่อยอยู่ที่ตำแหน่งสามและเก้านาฬิกา หน้าต่างวันที่ที่ตำแหน่งหกนาฬิกา จัดวางต่อยอดมรดกแห่งคาลิเบอร์11 ดั้งเดิม จึงเป็นที่มาของชื่อ TH20-11 โดดเด่นด้วยเม็ดมะยมด้านซ้ายของตัว เรือน ซึ่งถือเป็นรหัสสำคัญของ TAG Heuer Monaco
หัวใจของนาฬิกาคือหนึ่งในการอัปเกรดที่สำคัญที่สุดของนาฬิการุ่นนี้ คือกลไก In-House Caliber TH20-11 ซึ่งมีพื้นฐานมาจากกลไกอัตโนมัติ ได้พัฒนาภายในใช้เวลาหลายปีในการปรับโครงสร้าง รวมถึงความละเอียดและทดสอบกลไก พลังสำรอง 80 ชั่วโมง และการรับประกัน 5 ปี ยกระดับสู่มาตรฐานคุณภาพและความเชื่อถือได้ที่สูงยิ่งขึ้น

โดยรวมการออกแบบนี้ถือเป็นการตีความอย่างแท้จริงของ TAG Heuer Monaco สำหรับยุคร่วมสมัย เรือนเวลานี้ออกแบบให้เข้ากับผู้สวมใส่ได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะได้แรงบันดาลใจจาก สตีฟ แม็คควีน ขณะแข่งขันที่ เลอ มังส์ หรือ Max Verstappen (แม็กซ์ เวอร์สแทปเพ่น) ที่คว้าชัยบนถนนในรายการ Formula 1 Grand Prix de Monaco นาฬิการุ่น TAG Heuer Monaco Chronograph รุ่นล่าสุดนี้จึงคงความเป็นนวัตกรรมแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน โดยแต่ละรุ่นมอบสายสไตล์เรซซิ่ง ติดตั้งตัวล็อกแบบพับที่ออกแบบจากไทเทเนียมเกรด 5
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF TAG HEUER





