Perfect Summer Day


เริงร่าท่ามกลางแสงแดดจัดจ้าอย่างไรไม่ให้ผิวพัง Padthai.co รวบตึงทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับครีมกันแดด พร้อมแชร์ทริคเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้สาวๆ สวยท้าแดดได้แบบสุดพลัง


หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ไม่ค่อยมีความหลากหลายในการตอบโจทย์ปัญหาผิวเท่าไรนัก ซ้ำยังพบปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF สูงๆ หลังทาจะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ทำให้ผิวมัน เกิดสิวตามมา สาวๆ บางคนต้องปวดใจกับสารกันแดดชนิดสะท้อนหรือหักเหแสง (Physical Sunscreen) ทำให้สีผิวหน้าลอยขาวหรือหน้าวอก อีกทั้งสารกันแดดรุ่นเก่ายังไม่มีความเสถียรพอที่จะปกป้องรังสี UV ได้ยาวนาน ปัญหาฝ้า กระ รอยดำ จึงไม่ลดลง แม้จะทาไปในปริมาณมากและสม่ำเสมอ

มาในยุคนี้ นับเป็นความโชคดีที่โลกแห่งความงามได้พัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดมาโดยตลอด จนมีครีมกันแดดคุณภาพดีหลากหลายสูตรหลากหลายเนื้อสัมผัสให้ได้เลือกใช้กันอย่างมากมาย ก่อนจะไปเลือกครีมกันแดดที่ใช่ เรามี 3 ทริคง่ายๆ ในการเลือกครีมกันแดดแบบครอบคลุมและเจาะลึกมาฝาก

1. ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีควรปกป้องผิวได้ทั้งรังสี UVA-I, UVA-II และ UVB

รังสี UV ที่จะก่ออันตรายต่อผิวหนังจะประกอบด้วยรังสี UVA I และ UVA II มีอำนาจทะลุทะลวงสูงเข้าสู่ชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดการทำลายคอลลาเจนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยย่น ความหย่อนคล้อย กระ และมะเร็งผิวหนัง โดยที่รังสี UVA I หรือ Long UVA มีอำนาจทะลุทะลวงสูงที่สุด ส่วนรังสี UVB มีอำนาจทะลุทะลวงผิวหนังน้อยกว่า จึงเข้าสู่ชั้นหนังกำพร้าทำให้เกิดฝ้า ผิวคล้ำ ผิวไหม้จากแดด (sunburn )

โดยทั่วไป เราสามารถแบ่งครีมกันแดดได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามคุณสมบัติ คือ

  • Physical Sunscreen ทำหน้าที่เหมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนหรือหักเหรังสี UV ออกไปจากผิว สารในกลุ่มนี้มีอยู่สองตัวคือ Titanium Dioxide และ Zinc Oxide (ปกป้องผิวจากรังสี UVA-I, UVA-II, UVB ได้)
  • Chemical Sunscreen ทำหน้าที่ดูดซับรังสีไม่ให้ทะลุผ่านไปยังผิวหนังได้ เป็นสารกันแดดที่พบได้ทั่วไป (ปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ทุกตัว แต่การปกป้องจากรังสี UVA-I, UVA-II แตกต่างกันไป)
  • Hybrid Sunscreen มีคุณสมบัติทั้งสะท้อนและดูดซับรังสีในตัวเอง เช่น Bis-Benzotriazolyl Tetramethylbutylphenol หรือ Tinosorb M (ปกป้องผิวจากรังสี UVA-I, UVA-II, UVB ได้)

2. ค่าในการปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ต้องสูงเข้าไว้

มาตรฐานทั่วโลกที่ใช้วัดค่าการป้องกันรังสี UVB คือ SPF (Sun Protection Factor)

ค่า SPF 30 หากกล่าวแบบง่ายๆ หมายถึงผลิตภัณฑ์ตัวนั้นสามารถป้องกันรังสี UVB ได้มากกว่าปกติ 30 เท่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราไปตากแดด 15 นาที ผิวถึงจะเริ่มไหม้แสบแดง การทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ก็จะอยู่กลางแดดได้นานขึ้นอีก 30 เท่า นั่นก็คือ 450 นาที (15 x 30 = 450) หรือประมาณ 7 ชั่วโมง หากเราอยู่กลางแดดนานเกินกว่านี้ก็ควรทาซ้ำ

สำคัญไม่แพ้กันคือการใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่พอเหมาะ แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดปริมาณ 1/2 ช้อนชา ทาให้ทั่วใบหน้าหรือลำคอเพื่อที่จะได้ค่า SPF ตามที่ระบุเอาไว้บนฉลาก (ส่วนตามร่างกายประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะสำหรับแขนและขา) หากกลัวว่าจะเหนอะหนะไม่สบายผิว พยายามเลือกเนื้อสัมผัสบางเบาเช่น เนื้อเจล เนื้อโลชั่น หรือสเปรย์

SPF 30 ป้องกันรังสี UVB ได้ 97% ในขณะที่ SPF มากกว่า 50 ป้องกันได้ 98% ซึ่งแตกต่างกันเพียง 1% จึงอาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ และในเมืองไทยอนุญาตให้เคลมได้ที่ SPF 50 หากมากกว่านั้น ผลิตภัณฑ์จะระบุว่า SPF 50+

สำหรับแดดที่ร้อนระอุในเมืองไทย และ UV Index แรงขนาดนี้ แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี SPF มากกว่า 30 ขึ้นไปจะดีต่อผิวที่สุด

มาตรฐานที่ใช้วัดค่าการป้องกันรังสี UVA

ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานสากลในการวัดค่าการป้องกัน UVA ที่พบได้บ่อยเราจะเห็นมี PPD กับ PA (+)

1. PPD (Persistent Pigment Darkening) ค่า PPD นั้นใช้บอกว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นจะช่วยปกป้องผิวจาก UVA ได้มากกว่าปกติกี่เท่า ซึ่งเราจะพบผลิตภัณฑ์ที่ระบุค่า PPD ได้จากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในยุโรปหรือผลิตเพื่อจำหน่ายในยุโรป หากจะเลือกใช้ แนะนำให้เลือกที่ PPD มากกว่า 10 ขึ้นไป

2. PA (+) หรือ Protection grade of UVA เป็นค่าการป้องกัน UVA ซึ่งริเริ่มโดยสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2006 โดยมีหลักการดังนี้

  • PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA เริ่มต้น
  • PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA กลาง
  • PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
  • PA++++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

สำหรับแดดเมืองไทย ควรเลือกที่ PA มากกว่าหรือเท่ากับ 3+ ( PA+++, PA++++)

3. หากผิวแพ้ง่าย ควรเลือกคุณสมบัติของครีมกันแดด ดังนี้

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารกันแดดอย่าง Zinc Oxide และ Titanium Dioxide (กลุ่ม Physical Sunscreen) เพราะไม่ตกค้างหรือดูดซึมสู่ผิว และอุดตันรูขุมขนน้อย
  • เลี่ยงน้ำหอม หรือ Fragrance Oil โดยเฉพาะน้ำมันจากลาเวนเดอร์ (Lavender oil) น้ำมันจากพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด (Citrus Oil) เพราะทำให้ผิวระคายเคืองง่ายเมื่อโดนแดด ทางที่ดีมองหาสูตรปราศจากน้ำหอมที่บอกว่า Fragrance-Free หรือ Perfume-Free ดีที่สุด
  • ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สารกันแดดชนิด Chemical เซ็ตตัวกับผิว (ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นมีเพียงสารกันแดดแบบ Physical ก็สามารถออกแดดได้เลย)
  • หากต้องทำกิจกรรมที่โดนน้ำหรือเป็นคนมีเหงื่อออกมาก ก็ต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น Water Resistance (กันแดดได้ 40 นาทีหากว่ายน้ำ) / Very Water Resistance (กันแดดได้ 80 นาทีหากว่ายน้ำ) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสารกันแดดแบบ Chemical สูตรกันน้ำ ส่วนมากมักทำให้หน้าดูมันเงาเนื่องจากผลิตภัณฑ์สร้างชั้นฟิล์มที่สามารถทนน้ำได้ สำหรับใครที่ไม่ได้มีกิจกรรมทางน้ำ จึงไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ แต่หากสาวๆ คนไหนที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง แนะนำให้ทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงหากเป็นไปได้
  • เลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นมีอยู่หลากหลายเนื้อสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่น เจล สเปรย์ ออยล์ หรือในรูปแบบแท่ง สาวผิวมันควรเลือกสูตรเจลหรือสเปรย์เนื้อบางเบา แต่ถ้าจะมีกิจกรรมทางน้ำเลือกแบบเนื้อครีมจะเหมาะกว่า เพราะแบบอื่นๆ จะไม่เสถียรและหลุดง่าย แม้ว่าจะเคลมว่ากันน้ำได้ดีก็ตาม

สำหรับสาวๆ ที่รักการแต่งหน้า อาจพบปัญหาผลิตภัณฑ์กันแดดไม่เข้ากันกับรองพื้นหรือแป้งแต่งหน้า แนะนำให้ซื้อครีมกันแดดขนาดเล็กมาทดลองก่อน เพื่อหาครีมกันแดดที่ใช่ ที่เหมาะสมกับเครื่องสำอางที่เรามี

ในปัจจุบัน มีครีมกันแดดที่ผสมสารปรับสีผิวให้กระจ่างใส หรือสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันริ้วรอยก่อนวัย ใครอยากมีผิวกระจ่างใสและปกป้องผิวจากแสงแดดไปพร้อมๆ กันก็เป็นทางเลือกสุดเพอร์เฟ็ค

จำไว้เลยว่า ครีมกันแดด ห้ามแช่เย็น! เพราะการแช่เย็น จะทำให้ประสิทธิภาพการกันแดดของ Chemical Sunscreen ลดลง เนื่องจากเกิดการตกผลึกของสารกันแดดแยกชั้นออกจากส่วนผสม แนะนำให้เก็บในอุณหภูมิห้องที่ไม่ร้อน หลีกเลี่ยงแสงแดดในบริเวณที่เก็บ หากหมดอายุควรทิ้ง อย่าเสียดาย

TRY THIS!

Perfect Summer Day

CLÉ DE PEAU BEAUTÉ UV Protective Cream Broad Spectrum SPF 50+

Perfect Summer Day

CLINIQUE Sun Broad Spectrum SPF 50 Face Cream

COOLA® Refreshing Water Hydration Stick Sunscreen Broad Spectrum SPF 50

DR. DENNIS GROSS All-Physical Dark Spot Sun Defense Sunscreen Broad Spectrum SPF 50

Perfect Summer Day

ESTÉE LAUDER Perfectionist Pro Multi-Defense UV Fluid SPF 45

LA MER The Broad Spectrum SPF 50 UV Protecting Fluid

LANCÔME UV Expert Aquagel Defense Primer & Moisturizer SPF 50+

Perfect Summer Day

MURAD City Skin Age Defense Broad Spectrum SPF 50 PA++++

SHISEIDO Ultimate Sun Protector Lotion SPF 50+ 

SUPERGOOP! Play! Mineral Stick SPF 50


CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF
CLÉ DE PEAU BEAUTÉ, CLINIQUE, CLARINS, DR.DENNIS GROSS, ESTÉE LAUDER, LA MER, LANCÔME, MURAD, SHISEIDO, SUPERGOOP!
STOCK PHOTOS: Image by Freepik
GRAPHIC DESIGNER: Vanicha Limpanastitphon


สามารถติดตามคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn
On Key

Related Posts

Blood Sweat Tears and Ink: Back to the Comics

Post Views: 26 “Blood Sweat Tears and Ink: Back to the Comics” นิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวการเดินทางของนักเขียนการ์ตูนมากฝีมือทั้ง 4 ริเวอร์ ซิตี้ แบง…

Your Tarot Weekly

Post Views: 180 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน – วันเสาร์ที่​ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2567 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ นิสัย​ของดาว : ยศศั…

’19’ A Group Show

Post Views: 29 ร่วมฉลองการครบรอบ 19 ปี ของ เทรนดี้ แกลเลอรี่ ไปกับ ’19’ A Group Show นิทรรศการกลุ่มที่รวมเอาศิลปินแนวหน้ามาแสดงฝีมือกันอย่…

Hermès Horloger Arceau Belles du mexique

Post Views: 32 Hermès (แอร์เมส) ถ่ายทอดความสนุกสนานและแรงบันดาลใจจากการเต้นระบำผ่านหน้าปัดนาฬิกา Hermès Horloger Arceau Belles du mexique Hermès …

Palmiero High Jewelry

Post Views: 34 Palmiero แบรนด์ไฮจิวเวลรีจากอิตาลีเผยไอคอนิก 4 คอลเลกชัน สะท้อนเสน่ห์ของความงามและเฉดสีแห่งอัญมณี Palmiero (พาลเมรโร่) แบรนด์ไฮจิวเวลรี…