Jujutsu Kaisen 0 เปิดตัวสุดร้อนแรง! กวาดรายได้รวมในไทยกว่า 50 ล้านบาท


เพราะคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุดในโลกนี้ก็คือความรัก! Jujutsu Kaisen 0 ภาพยนตร์อนิเมะสุดร้อนแรงของเหล่าผู้ใช้ไสยเวทย์จากทีมผู้สร้าง Attack on Titan


ในชั่วโมงนี้คงไม่มีผลงานภาพยนตร์อนิเมะเรื่องไหนที่มาแรงเท่ากับเรื่องนี้อีกแล้ว สำหรับ Jujutsu Kaisen 0 มหาเวทย์ผนึกมาร ซีโร่ ภาพยนตร์อนิเมะในจักรวาลเรื่องราวของ Jujutsu Kaisen มหาเวทย์ผนึกมาร ที่เล่าเรื่องราวแรกเริ่มก่อนการปรากฏตัวของ อิตาโดริ ยูจิ ตัวละครเอกในภาคหลักและพาผู้ชมไปทำความรู้จักกับปูมหลังของ อคคทซึ ยูตะ ผู้ใช้ไสยเวทย์ระดับพิเศษผู้มีความหลังอันเจ็บปวด

ภาพยนตร์อนิเมะชุด มหาเวทย์ผนึกมาร ซีโร่ ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะเล่มพิเศษในชื่อ Jujutsu Kaisen 0: Tokyo Toritsu Jujutsu Koutou Senmon Gakkou หรือ มหาเวทย์ผนึกมาร 0: โรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์นครโตเกียว การ์ตูนแอคชั่น-แฟนตาซีโดย อาคุทามิ เกเกะ (Gege Akutami) ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในอนิเมะภาคปกติที่ทุกคนเคยได้ชม

เล่าเรื่องราวของอคคตสึ ยูตะ เด็กหนุ่มวัยมัธยมปลายที่โดนคำสาปจากริกะ เพื่อนวัยเด็กที่เขาตกหลุมรักเข้ามาทำให้ชีวิตปั่นป่วน จนกระทั่งเขาได้รับคำเชื้อเชิญจากโกะโจ ซาโตรุ ญาติห่างๆ ผู้เป็นอาจารย์แห่งโรงเรียนไสยเวทย์ ให้เข้ามาเรียนการใช้ไสยเวทย์เพื่อปัดเป่าคำสาปทั้งหลาย

โดยฉากหลังของเรื่องก็ยังคงเป็นโลกใบเดียวกันกับในเนื้อหาการ์ตูนภาคหลัก ที่พูดถึงโลกที่เต็มไปด้วยเหล่าปีศาจและคำสาปมากมาย จึงเกิดโรงเรียนไสยเวทย์เพื่อบ่มเพาะเหล่านักไสยเวทย์ (หรือเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือหมอผีและมือปราบผีนั่นแหละ!) เพื่อคอยกำจัดคำสาปรวมถึงเหล่าปีศาจไม่ให้ไปทำร้ายคนบริสุทธิ์ได้ และช่วยกันรักษาสมดุลย์ให้กับโลกด้วยพลังไสยเวทย์ในรูปแบบต่างๆ

Jujutsu Kaisen Zero
Jujutsu Kaisen Zero
Jujutsu Kaisen Zero
Jujutsu Kaisen Zero

ซึ่งหากใครที่เคยติดตามเนื้อหาและเรื่องราวในการ์ตูนมังงะในภาคซีโร่มาแล้ว คงจะรู้กันดีว่าตัวละครอคคตสึ ยูตะ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของยูจิ มีพลังไสยเวทย์มหาศาลแบบไร้ก้นบึ้ง แต่แม้จะมีการเอ่ยชื่อของยูตะหลายครั้ง เรากลับไม่เคยได้เห็นเขาปรากฏตัวในอนิเมะหรือมังงะภาคหลักมาก่อนเลย ภาพยนตร์ภาคเดอะมูฟวี่นี้จึงพาเราไปสัมผัสปูมหลังชีวิตอันเจ็บปวดที่ทำให้เกิดเป็นคำสาปติดตัวยูตะมาตลอด และทำให้เขากลายเป็นคนมืดมน จนต้องเข้ามาเรียนที่โรงเรียนไสยเวทย์เพื่อคลายคำสาปอันเกิดจากความรักที่เคยมี โดยไม่รู้เลยว่ามีนักคุณไสยด้านมืดที่วางแผนจะใช้ประโยชน์จากพลังไสยเวทย์มหาศาลของตนเองอยู่

แต่นอกจากความแอคชั่นและแฟนตาซีที่เป็นหัวใจของอนิเมะชุดนี้ ในภาคซีโร่ซึ่งเล่าถึงความรักและความยึดติด ที่กลายสภาพมาเป็นคำสาปคอยกัดกินจิตใจของผู้คนที่ไม่สมหวัง ก็สามารถร้อยเรียงแก่นเรื่องและนำพาอารมณ์ตัวละครรวมทั้งผู้ชมไปสู่จุดไคลแม็กซ์ของเรื่องได้อย่างลื่นไหล ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เฉียบคม กินใจ และจะทำให้ผู้ชมโอบรับและเอาใจช่วยยูตะตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องได้อย่างไม่ลังเล

โดยไม่ลืมที่จะพาเราไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างอีกสองตัวละครสำคัญของเรื่องอย่าง อาจารย์โกะโจ และนักสาปแช่งฝ่ายมืด เกะโท สุงุรุ ที่ทุกคนคุ้นเคยจากอนิเมะภาคหลัก ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้จะทำให้ผู้ชมมองเห็นภาพรวมและพื้นเพของเหล่าตัวละครในภาคหลักได้อย่างชัดเจนขึ้น จึงมั่นใจได้เลยว่าใครที่เป็นแฟน Jujutsu Kaisen น่าจะฟินสมกับที่รอคอยมานานแน่นอน

ภาพยนตร์ภาคพิเศษนี้ได้นักพากย์คุณภาพอย่างปลาย พิพัฒน์ บุญสิทธิเลิศ เจ้าของเสียงมิยะ อัตสึมุจาก Haikyuu! ฉบับเสียงไทยบนช่อง Pops และโทโดโรกิ โชโตะ จาก My Hero Academia มารับหน้าที่ให้เสียงยูตะ ตัวเอกของเรื่องราวในภาคนี้ โดยมีนักร้องสาวอ๊ะอาย กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ จากวง 4EVE ที่เพิ่งจะฝากเสียงพากย์น่ารักๆ ไว้บนภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากดิสนีย์อย่าง Turning Red (2022) มาให้เสียงเป็นริกะ ความรักครั้งแรกของยูตะผู้กลายมาเป็นคำสาปติดตัว

นอกจากนั้นยังได้เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม มาให้เสียงอินุมากิ รวมทั้งบีมเซนเซย์ หรือบีม สิษฐารัตน์ ปี่ทอง  และต้อม GDZ หรือต้อม พิทักษ์เสริม เฉลิมจักร สองอินฟลูเอนเซอร์สายอนิเมะมาให้เสียงเป็นมิมิโกะ และมิเกลร่วมกับทีมพากย์หลักที่ทุกคนคุ้นเคยจากอนิเมชั่นภาคปกติ การรับส่งอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความมืออาชีพจึงยิ่งทำให้ภาคซีโร่ในเวอร์ชั่นภาษาไทยทวีความน่าสนใจขึ้นอีก

โดยสตูดิโอที่ดูแลเรื่องการผลิตและงานภาพสุดประณีตในภาพยนตร์อนิเมะภาคนี้ ก็ยังคงเป็นสตูดิโอ MAPPA ทีมผู้สร้างอนิเมชั่น Attack on Titan: The Final Season Part 1-2 และ Jujutsu Kaisen ภาคหลักที่ขึ้นชื่อเรื่องงานภาพระดับเทพ และการเคลื่อนไหว 3 มิติสุดตระการตา จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉากแอคชั่นในเรื่องนี้จะถูกเนรมิตออกมาได้อย่างเด็ดดวงในทุกรายละเอียดขนาดไหน

ล่าสุดมหาเวทย์ผนึกมาร ซีโร่ ทำรายได้รวมในไทยสูงถึง 50 ล้านบาทและมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีกถึง 100 ล้านบาท เช่นกันกับที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วด้วยการกวาดรายได้ทั่วญี่ปุ่นไปกว่า 12,300 ล้านเยน (หรือราว 3,190 ล้านบาท) จากการขายตั๋วได้กว่า 8.85 ล้านใบ และขึ้นแท่นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลของญี่ปุ่น แซงหน้า Aladdin (1992) ไปเป็นที่เรียบร้อย

งานนี้ก็ต้องมาดูกันยาวๆ ว่ายูตะและเหล่าผู้ใช้ไสยเวทย์จะกางอาณาเขตรายได้ในไทยไปจบที่เท่าไหร่ ใครที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ หรืออยากจะไปให้กำลังใจเหล่าทีมงาน ก็อย่าลืมไปสนุกกับเหล่านักไสยเวทย์กันได้ ที่โรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณทั้งในระบบปกติ ระบบ IMAX และ 4DX !


CREDIT:
PHOTOS: COURTESY OF MAPPA, SHONENJUMP AND JUJUTSU KAISEN PR OFFICIAL TWITTER


อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้บน Padthai.co

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn
On Key

Related Posts

Your Tarot Weekly

Post Views: 16 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม – วันเสาร์ที่​ 20 สิงหาคม พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวงชะตามัก…

Kana pure_thumbnail

KANA Pure Dispensary

Post Views: 11 พร้อมจำหน่ายกัญชาเกรดทางการแพทย์ แล้ววันนี้ ณ KANA Pure Dispensary สาขาแรกในไทย กัญชาเพื่อสุขภาพระดับไฮเอนด์เปิดตัวแล้ววันนี้ นี้ ณ โรง…

Your Tarot Weekly

Post Views: 35 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม – วันเสาร์ที่​ 13 สิงหาคม พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวงชะตามักม…