Breguet Marine Hora Mundi 5555


Breguet ฉลองครบรอบ 250 ปี เผยโฉมเรือนเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟรุ่น Marine Hora Mundi 5555 ถ่ายทอดศิลปะกลไกแห่งท้องนภาและมหาสุมทร


Breguet (เบรเกต์) ฉลองครบรอบ 250 ปีของแบรนด์ พร้อมเผยโฉมการฉลองในบทที่ 5 ด้วยผลงานเรือนเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟรุ่นใหม่ล่าสุด Marine Hora Mundi 5555  (มารีน โฮรา มุนดิ ฟิฟตีไฟว์ ฟิฟตีไฟว์) ถ่ายทอดศิลปะงานฝีมือ ผ่านหน้าปัดดีไซน์ซ้อนมิติ 2 ระดับ ผสานความงดงามของงานสลัก guilloché (กิโยเช่) เข้ากับความโปร่งใสของแซฟไฟร์ โดยได้แรงบันดาลจากภาพถ่าย “Black Marble” ขององค์การนาซ่า สะท้อนภาพโลกยามราตรี เผยให้เห็นโลกในอีกมิติที่แตกต่างจากภาพ “Blue Marble” อันเลื่องชื่อ ที่บันทึกไว้โดยยาน Apollo 17 เมื่อปี ค.ศ. 1972 ซึ่งเป็นภาพโลกขณะอาบแสงอาทิตย์ รังสรรค์เพียง 50 เรือนเท่านั้น 

Hora Mundi 5555 ถ่ายทอดโลกในมิติยามค่ำคืน ประกายแสงไฟระยิบระยับจากมหานครบนโลกที่ไม่เคยหลับใหล ดั่งนิยามของเรือนเวลาเรือนนี้ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ที่เดินทางสู่ตัวเรือน Breguet gold ขนาด 43.9 มิลลิเมตร หนา 13.80 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนตกแต่งลายเซาะร่อง โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่ตกแต่งจากนวัตกรรมอีนาเมลเรืองแสงแบบ phosphorescent (ฟอสฟอเรสเซนต์) ซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นจดสิทธิบัตร โดยนักสะสมผู้ครอบครองนาฬิกาแต่ละเรือน สามารถเลือกปรับแต่งนาฬิกาของตนแบบ Personalized ด้วยการตั้งไทม์โซนแบบ 24 ไทม์โซนให้เป็นชื่อเมืองต่างๆ ได้ตามต้องการอีกด้วย 

Breguet Marine Hora Mundi 5555 เสมือนเชื่อมผืนแผ่นดินมาจรดท้องทะเล สู่การออกเดินทางที่งดงามราวกับภาพฝัน ถ่ายทอดประวัติศาสตร์อันยาวนานตามรอย Abraham-Louis Breguet (อับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็น Watchmaker to the French Royal Navy หรือ ช่างนาฬิกาประจำราชนาวีฝรั่งเศส เมื่อ 210 ปีก่อน และในปีค.ศ.1815 กษัตริย์หลุยส์ที่ 18 ทรงยกย่องวิสัยทัศน์ของปรมาจารย์แห่งเรือนเวลาผู้นี้ ที่สามารถสร้างสรรค์นาฬิกาอันล้ำสมัยที่ผลักดันให้วิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์และการสำรวจโลกก้าวไกลไปอีกมาก

สู่การก้าวข้ามความท้าทายอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง คือพลังขับเคลื่อนแห่ง Marine Hora Mundi 5555 ในการรังสรรค์ ถ่ายทอดงานหัตถศิลป์อันวิจิตรและเป็นเอกลักษณ์ หลอมรวมขนบดั้งเดิมและความร่วมสมัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผสานฝีมือหัตถ์ศิลป์กับศาสตร์แห่งวิศวกรรม ที่นำพาเส้นขอบฟ้ามาจรดมหาสมุทร

เผยมิติความลึกอันโค้งมน จากการรังสรรค์ในแบบเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยสององค์ประกอบสำคัญ คือหน้าปัดชั้นฐานที่ทำจากทองคำ ไล่เฉดสีจากฟ้าอ่อนสู่สีน้ำเงินเข้ม ดุจการบรรจบกันระหว่าง “ท้องนภาและมหาสมุทร” สลักลวดลายอย่างประณีตเป็นเส้นลองจิจูดและละติจูด เดินเส้นสู่สี่ทิศหลัก สร้างมิติเสมือนโลกที่โค้งมน 

ส่วนองค์ประกอบที่สองคือมิติความลึก เผยมุมมองจากอวกาศ ราวกับเจ้าของนาฬิกากำลังชื่นชมโลกจากชั้นบรรยากาศนอกโลก เมซงนำคริสตัลแซฟไฟร์โปร่งใสมาครอบหน้าปัดอีกชั้นหนึ่งเพื่อสร้างมิติความลึก ผสานทักษะงานศิลป์ระดับสูงหลากหลาย ที่รังสรรค์ด้วยมือบนชิ้นงานทั้งสองด้านอย่างพิถีพิถัน 

เริ่มจากการวาดทวีปขนาดจิ๋วต่างๆ ด้วยอีนาเมล ช่างศิลป์ของ Breguet จึงเลือกใช้เทคนิคจำลองเส้นโค้งของโลกลงบนแซฟไฟร์ที่เป็นแผ่นบาง โดยการวาดนี้ต้องใช้เทคนิคการวาดกลับด้าน ลงบนด้านหลังของคริสตัลแซฟไฟร์  เพื่อให้เมื่อพลิกด้านกลับมาแล้ว ภาพจะออกมาได้อย่างสวยงามและถูกต้อง จากนั้นจึงนำไปเผาด้วยความร้อนสูงด้วยเทคนิค grand feu enamel ดังที่มาของคำว่า grand feu ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง ไฟอันยิ่งใหญ่ 

ถัดมาในขั้นตอนที่สอง ช่างฝีมือ Breguet จะพลิกด้านหน้าปัดแซฟไฟร์กลับมาและวาดชั้นก้อนเมฆด้วยอีนาเมลล่องลอยอยู่เหนือแผ่นดิน แต่งเติมให้มีชีวิตชีวาและสมจริง ละนำไปเผาไฟในอุณหภูมิสูงอีกครั้ง ซึ่งช่างศิลป์แต่ละคนจะรังสรรค์ผลงานในแบบเฉพาะของตน ทำให้ Hora Mundi 5555 แต่ละเรือนจึงล้วนเป็นผลงานชิ้นเอกที่มีเพียงหนึ่งเดียว แฝงเสน่ห์แห่งความลึกลับและมนต์ขลังที่ล่องลอยอยู่เหนือผืนมหาสมุทร รังสรรค์จากแรงบันดาลใจอันลึกซึ้งของช่างฝีมือแต่ละคน

และสุดท้ายคือรายละเอียดของมหานครต่างๆ ที่เปล่งประกายในยามค่ำคืน ด้วยการวาดภาพขนาดเล็กจิ๋วจากเทคนิคอีนาเมลเรืองแสงแบบ phosphorescent ซึ่งเป็นทั้งงานหัตถศิลป์และผลงานที่ต้องใช้เทคนิคขั้นสูง สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ที่สืบต่อเนื่องมากว่า 250 ปีของ Breguet

ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 77F1 อันเปี่ยมประสิทธิภาพ โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน ระบบปรับเวลา สองไทม์โซนแบบ instant jump ที่สามารถตั้งล่วงหน้าได้ แสดงวันที่ ตัวบ่งชี้กลางวัน/กลางคืน และชื่อเมืองที่แสดงอย่างแม่นยำ เพียงตั้งเวลาและวันที่สำหรับเมืองแรกด้วยเม็ดมะยม ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา

จากนั้นตั้งไทม์โซนของเมืองที่สองโดยใช้ปุ่มกด ณ ตำแหน่ง 8 นาฬิกา กลไกจะคำนวณเวลาและวันที่ผ่านระบบ cams, hammers และ integrated differential หน้าปัดจะสลับการแสดงผลระหว่างไทม์โซนได้ตามต้องการในทันที และปรับวันที่โดยอัตโนมัติตามไทม์โซนที่เลือกไว้ ขณะเดียวกัน หน้าปัดย่อย ณ ตำแหน่ง 4 นาฬิกาจะแสดงค่าช่วงกลางวันหรือกลางคืนของไทม์โซนนั้นๆ

กลไก calibre 77F1 มีการยื่นจดสิทธิบัตรถึงสี่ฉบับ ฉบับแรกได้แก่นาฬิกาที่มีฟังก์ชันกลไกสองไทม์โซน ฉบับสองคือการแสดงผลตามไทม์โซนผ่านชุดเข็มหลักได้ตามต้องการ ฉบับสามคือนาฬิกาที่มีระบบเฟืองความจำที่สามารถปรับตั้งและปรับตั้งใหม่ได้ในตัว และฉบับที่สี่คือกลไกการแสดงเวลาโดยใช้เข็มแบบ trailing hand ความถี่ 4 Hz 28,800 ครั้ง/ชั่วโมงพลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง ประสิทธิภาพการกันน้ำ 10 บาร์ (100 เมตร) 

โดยด้านหลังของเรือนเวลาตกแต่งด้วยลวดลายสลักพิเศษ ที่เรียกว่า Quai de l’Horloge  (คเว เดอ ลอจ์) ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของแบรนด์ ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ เผยโฉมสัญลักษณ์โลโก้ครบรอบ 250 ปีเช่นเดียวกับทุกรุ่นในคอลเลกชันพิเศษนี้ ภายในเผยการทำงานของกลไกและโรเตอร์ที่รังสรรค์จาก Breguet Gold ได้แรงบันดาลใจจากพวงมาลัยเรือ แต่ละเรือนสลักหมายเลขกำกับแบบสลักมือ (N° XX/50) บนขอบนาฬิกาด้านหลัง

ประดับสายหนังลายใหญ่สีน้ำเงินกรมท่า บุด้านในด้วยหนังลายเล็ก ติดตั้งตัวล็อคสายแบบบานพับทำจาก Breguet gold 18K และมีสายยาง มอบกล่องหนังสีแดง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 250 ปี และมีหมายเลขกำกับเฉพาะตัวเรือน รับประกันแบบ international 5 ปี


CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF BREGUET


สามารถติดตามคอนเทนต์ นาฬิกา อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn
On Key

Related Posts

Your Tarot Weekly

Post Views: 13 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 26 มษายน – วันเสาร์ที่​ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ การงาน​ : คุณจะทำทุกอย่า…

Quattro Design x Thailand Gallery

Post Views: 19 Quattro Design อวดโฉมผ้าไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่าน Thailand Gallery ณ กรุงเฮก กรุงเทพฯ ประเทศไทย – เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่า…

Your Tarot Weekly

Post Views: 94 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 19 มษายน – วันเสาร์ที่​ 25 เมษายน พ.ศ. 2569 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ การงาน​ : แม้ว่าคุณจะแกร…