Van Cleef & Arpels Le Grand Tour Naples


Van Cleef & Arpels เผยโฉมคอลเลกชัน Le Grand Tour Naple ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเนเปิลส์ในการสร้างสรรค์สู่ผลงานอันเลอค่า


Van Cleef & Arpels (แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์) ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเนเปิลส์ในการสร้างสรรค์เครื่องประชั้นสูงคอลเลกชัน สู่ผลงานอันเลอค่าอย่างสร้อยคอ มงกุฏดอกไม้ หรือ Ninfe (นินเฟ) รับแรงบันดาลใจมาจากลายปูโมเสก ที่ค้นพบท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารนางอัปสรแห่งนครเฮอร์คิวเลเนียม (เมืองโรมันโบราณ) ประดับไพลินสีชมพูที่เรียงตัวรอบวงคอผสานรัตนชาติสีสดสามเม็ด ได้แก่ รูเบลไลต์สีชมพูอ่อนเจียระไนทรงเหลี่ยมหมอน ตัดกับรูเบลไลต์แดงสดอมชมพูเข้มเจียระไนทรงวงรีสองเม็ด สร้อยคอ Maddalena (มาดดาเลนา) ได้แรงบันดาลใจจากจี้สร้อยคออยู่ในภาพ “หญิงสาวกับยูนิคอร์น” ซึ่งจิตรกรราฟาเอล วาดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1505 ถ่ายทอดผ่านสร้อยคอ ประดับสายตัวเรือนทองคำขาวฝังเพชรทอผสานโมทิฟจี้มรกตเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงกองข้าว และชุดเข็มกลัดสามชิ้น ได้แก่ เข็มกลัดลำนำพฤกษา เข็มกลัดลำนำรุกขชาติ และ เข็มกลัดลำนำแห่งพลิ้วคลื่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากจินตนาการของแบรนด์ อันมีต่อทัศนียภาพธรรมชาติของชายฝั่งอัลมาฟีตอนใต้ของอ่าว Salerno โดยเข็มกลัดทั้งสามชิ้นได้ตกแต่งด้วยรัตนชาติสลับสี ใบไม้หลากรูปทรงต่างมิติที่ทำจากทองคำสีกุหลาบและทองคำขาว รวมถึงงานสลักลายคิ้วนูน องค์ประกอบต่างๆ ได้คัดสรรอย่างพิถีพิถัน โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีของแบรนด์

Van Cleef & Arpels Le Grand Tour Naples

Ninfe

สร้อยคอ “มงกุฎดอกไม้” หรือ Ninfe (นินเฟ) คือการรังสรรค์รูปแบบความงดงามชวนฝันของมงกุฎดอกไม้ หรือ “มาลาพฤกษา” บนลายปูโมเสก ซึ่งค้นพบท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารนางอัปสรแห่งนครเฮอร์คิวเลเนียม โดยสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานบูชาเหล่าเทพธิดาอารักษ์แห่งพงไพร ความวิจิตรบรรจงของมาลาพฤกษาที่รัดร้อยเข้ากับริบบินสองสาย อาศัยงานออกแบบกลับด้านราวเงาสะท้อน เนรมิตสร้อยล้ำค่าประกอบข้อต่อทองคำสีกุหลาบสลักลายคิ้วนูนคั่นจังหวะช่องไฟด้วยงานฝังเพชร และตกแต่งรายละเอียดด้วยไพลินสีชมพูให้เรียงตัวรอบคอมาบรรจบกัน เสริมลูกเล่นประติมากรรมปมเงื่อนสามมิติ ขณะเดียวกับที่ศูนย์กลางด้านหน้าตัวเรือนรองรับการจัดสัดส่วนองค์ประกอบเชิงโครงสร้างระหว่างมวลใบไม้ทองคำสีกุหลาบสลักลายคิ้วนูนต่างเส้นใบ ทองคำขาวเดินลายเส้นใบฝังเพชร รวมถึงใบไม้แก้วประพาฬสีแดง และใบไม้แก้วประพาฬสีชมพู Angel skin (เนื้อผิวนางอัปสร) รายล้อมความเลอเลิศของรัตนชาติสีสดทั้งสามเม็ด อันได้แก่รูเบลไลต์สีชมพูอ่อนเจียระไนทรงเหลี่ยมหมอนน้ำหนัก 24.02 กะรัตจรัสประกายล้อแสงสุกสว่างอาบผิวระหงคอจากน้ำพลอยอย่างโดดเด่นตัดกับโทนเข้มล้ำลึกของทัวร์มาลีนสีทับทิมหรือรูเบลไลต์แดงสดอมชมพูเข้มเจียระไนทรงวงรีสองเม็ด น้ำหนัก 12.44 และ 11.52 กะรัต สีเสมออย่างหมดจด จากการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และใส่ใจของผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีประจำ Van Cleef & Arpels อีกทั้งความสมมาตรเชิงสัณฐาน จึงทำให้โทนสีของทั้งสามกลมกลืนกับทับทิม ไพลินสีชมพูและโกเมนสีส้มสเปซซาไทต์ ผสานรวมกันราวจัดพฤกษาเข้าช่อประดับผลงาน ซึ่งออกแบบเพื่อยกย่องความสำคัญของช่วงเวลาแห่งความสุข เบิกบานใจเมื่อการเริ่มต้นใหม่ตามวัฏฏะตราบนิรันดร์ของธรรมชาติได้มาถึง อันถือเป็นแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจ จุดประกายจินตนาการให้แก่ Van Cleef & Arpels มานับแต่ก่อตั้ง

Van Cleef & Arpels Le Grand Tour Naples

Maddalena

สร้อยคอ Maddalena ได้แรงบันดาลใจจากจี้สร้อยคออยู่ในภาพ Young Woman with Unicorn หรือ “หญิงสาวกับยูนิคอร์น” ซึ่งจิตรกรราฟาเอลวาดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1505 สู่การสรรค์สร้างสร้อยคอ Maddalena (มาดดาเลนา) สายตัวเรือนทองคำขาวฝังเพชรทอประกายระยิบระยับ อ่อนช้อยด้วยโครงสร้างที่ออกแบบให้ได้สัณฐานรองรับโค้งสรีระอย่างพอดี เสมือนเป็นเส้นริบบินเลอค่าคลี่แถบแนบเนื้อผิวจากฐานลำคอจนบรรจบเหนือเนินทรวง และรวบมัดปมร้อยจี้โมทิฟเพื่อเป็นศูนย์กลางเพิ่มมิติทรง ท่ามกลางงานประติมากรรมขดก้นหอยตอนบนของชิ้นโมทิฟจี้สร้อยคอ คือมรกตเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงกองข้าว (เหลี่ยมพีรามิดขอบโค้ง) น้ำหนักสูงกว่า 13 กะรัต ทอรัศมีเขียวสดตัดประกายเหลื่อมรุ้งระยับแสงของไข่มุกสีเทาจากตาฮิติ ซึ่งสามารถปลดออกได้ตามความต้องการ  ผสานความกลมกลืนทางสรรพสี งานฝังเพชรล้อมบนตัวเรือนทองคำขาวมอบความงามสง่า และใช้รูปทรงเรขาคณิตงานสถาปัตยกรรมในรายละเอียดต่างๆ อย่างเพชรเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส สัดส่วน และตำแหน่งลดหลั่นในงานฝังเพชรขึ้นตัวเรือน ความเฉียบคมในงานเจียระไนมรกต หนามเตยสามเขี้ยว หรือกระทั่งตะปูทองคำสีเหลืองสำหรับใช้ยึดไข่มุกเทา ล้วนเป็นเทคนิคที่มาใช้ร่วมกันเพื่อความโดดเด่นเป็นหนึ่งของสถาปัตยกรรมผนังก่ออิฐทรงจัตุรัสเหลี่ยมเพชรอันเลื่องชื่อบนด้านหน้าตัวอาคารโบสถ์แห่ง Gesu Nuovo (เจซู นัวโว) ของเมืองเนเปิลส์ อดีตพระราชวัง ซึ่งปลูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1470 สำหรับโรแบรโต ซานเซเวริโน เจ้าชายแห่งซาเลรโน มาสู่ความวิจิตรบรรจงของเครื่องประดับชั้นสูงอย่างแยบยล

Symphonie Florale, Symphonie Végétale and Symphonie De L’eau

จำแลงบรรยากาศชวนฝันของสวนลอยฟ้าแห่งเมืองราเวลโล สู่ลำนำแห่งมวลรัตนชาติบนชุดเข็มกลัดเลอค่าด้วยงานประดับอัญมณีหลากเฉดลงบนตัวเรือนทองคำต่างสี จากจินตนาการ Van Cleef & Arpels ท่ามกลางทัศนียภาพธรรมชาติที่มีความงดงามตระการตา ของชายฝั่งอัลมาฟี โดยเฉพาะมนต์ขลังจากยุคกลางของคฤหาสน์ประจำตระกูลรูโฟโลที่งามสง่าในศูนย์กลางวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญอยู่เหนือจัตุรัสเวสกอวาโดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ในบันทึกถึงการจัดงานเลี้ยงโดยสกุลนายวาณิชผู้มั่งคั่ง อีกทั้งยังเปี่ยมอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศตลอดศตวรรษที่ 14 เพื่อให้การรับรองต่อกษัตริย์โรเบิร์ตที่ 2 แห่งเนเปิลส์ รวมถึงเหล่าสมาชิกราชสกุลนอร์มันก่อนจะตกเป็นของลอร์ดฟรานซิส นาวิลล์ เรอิดแห่งอังกฤษเมื่อศตวรรษที่ 19 ผู้ดำเนินการฟื้นฟูบูรณะความรุ่งโรจน์ของสถานที่แห่งนี้ให้ธำรงสวนรุกขชาติเขียวชอุ่มกับมวลพฤกษาสารพัน นำมาซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานสร้างสรรค์อันเต็มไปด้วยประกายวาววามดุจมีชีวิต ใบไม้หลากรูปทรงต่างมิติทำจากทองคำสีกุหลาบและทองคำขาว ราวแผ้วถางเส้นทางฝังเพชรเรียงแถวไปตามแนวขดโค้งร่วมกับงานประดับรัตนชาติสลับสี และงานสลักลายคิ้วนูนที่ชวนให้นึกถึงสถาปัตยกรรมหลั่นระเบียงเรียงซ้อนภายในสวนลอยฟ้าสุดอัศจรรย์

Symphonie florale

ผสานความกลมกลืนทางสรรพสีที่ใช้บนตัวเรือนเข็มกลัด Symphonie florale (เข็มกลัดลำนำพฤกษา) ตัวเรือนประกอบขึ้นจากทองคำขาว และทองคำสีกุหลาบรองรับความโดดเด่นของโกเมนต่างเฉดสีสามเม็ดอันได้แก่โกเมนสีส้มสเปซซาไทต์น้ำหนัก 8.10 กะรัต โกเมนเขียวส่องซาโวไรต์น้ำหนัก 7.01 กะรัต และโกเมนสีชมพูกุหลาบเจียระไนทรงวงรีน้ำหนัก 7.31 กะรัต ฝังตัวเรือนบนเขี้ยวหนามเตยที่ได้รับการจัดตำแหน่งให้กลมกลืนกับบรรดาองค์ประกอบเชิงโครงสร้างอย่างแนบเนียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเขี้ยวหนามเตยซึ่งใช้ยึดโกเมนเม็ดหนึ่งได้รับการจัดรูปทรงดุจใบไม้ เพื่อร่วมกันถ่ายทอดจิตวิญญาณอิสระในอาณาจักรธรรมชาติ ท่ามกลางงานประดับโกเมนเขียวส่องซาโวไรต์ โกเมนสีส้มสเปซซาไทต์ไพลินสีม่วงและเพชร

Van Cleef & Arpels Le Grand Tour Naples
Symphonie végétale

ส่วนเข็มกลัด Symphonie végétale (เข็มกลัดลำนำรุกขชาติ) ตัวเรือนประกอบขึ้นจากทองคำขาว และทองคำสีกุหลาบรองรับความโดดเด่นขทุรมาลี หรือทัวร์มาลีนสีชมพูเม็ดเดี่ยวน้ำหนัก 4.81 กะรัต คือจุดตั้งต้นในงานออกแบบไล่เฉดระหว่างไพลินสีชมพูกับสีม่วง เสริมลูกเล่นสีตัดจากไพลินสีฟ้าสอดแซมสลับอยู่ในช่อใบไม้ทองคำสีกุหลาบขัดผิวขึ้นเงากับใบไม้ทองคำขาวฝังเพชร 

Symphonie végétale

ผลงานสุดท้ายคือ Symphonie de l’eau (เข็มกลัดลำนำแห่งเกลียวคลื่น) ตัวเรือนประกอบขึ้นจากทองคำขาวและทองคำสีกุหลาบรองรับความโดดเด่นของแก้วราหูหรือโอปอลหลังเบี้ยเม็ดเดี่ยวน้ำหนัก 5.88 กะรัต สะท้อนแสงที่ผันเปลี่ยนไปมาไม่หยุดยั้งระหว่างไพลินสีฟ้า โกเมนเขียวส่องซาโวไรต์ และทุรมาลี หรือทัวร์มาลีนสีเขียวจนดูคล้ายกับประกายระยิบระยับจากพลิ้วระลอกคลื่นบนผืนน้ำยามราตรี


CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF VAN CLEEF & ARPELS

GRAPHIC DESIGNER: Vanicha Limpanastitphon


สามารถติดตามคอนเทนต์ นาฬิกา อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn
On Key

Related Posts

PANTONE: Pride Is Not Just A Month’ Pop-Up Store at The Gallery Shop 

Post Views: 12 ฉลองช่วงเวลาแห่งความรัก เสรีภาพ และความเท่าเทียมไปด้วยกันกับโปรเจคต์ “Pride Is Not Just A Month” เป็นการร่วมมือกันระหว่าง The Gallery S…

‘The Way We Were’

Post Views: 22 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ภูมิใจเสนอ The Way We Were นิทรรศการกลุ่มที่จะพาผู้ชมทุกท่านค้นพบว่าแท้จริงแล้วศิลปะนั้นเป็นสื่อสากล ไม่ว่าจะถูกส…

Hermès Horloger Arceau Duc Attelé

Post Views: 29 Hermès เผยความซับซ้อนผ่านเรือนเวลา Arceau Duc Attele ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสไตล์และความเชี่ยวชาญของแบรนด์ Hermès (แอร์เมส) …

Your Tarot Weekly

Post Views: 85 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม – วันเสาร์ที่​ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ นิสัย​ของดาว : ยศศักด…