Piaget ในปี 2026 นี้หวนกลับไปสำรวจมรดก สร้างสรรค์ศิลปะแห่งการตกแต่งรัตนชาติ

Piaget (เพียเจต์) นับตั้งแต่ปีค.ศ.1963 ได้เริ่มฉีกขนบเดิมของการสร้างสรรค์เรือนเวลา ด้วยการนำเอาหินธรรมชาติหลากสีสันอย่าง ลาพิส ลาซูลี เทอร์ควอยซ์ มาลาไคต์ รวมถึง ไทเกอร์อาย การเลือกใช้สีสันที่แตกต่างนำมาสู่แนวคิดอันเป็นหัวใจสำคัญของเมซง นั่นคือ “Extraleganza” สะท้อนสไตล์ความหรูหราอย่างเหนือความคาดหมาย เฉดสีจัดจ้านที่ได้แรงบันดาลใจจากป๊อปอาร์ต ผสานองค์ประกอบเชิงกราฟิกแบบโมเดิร์นนิสต์ ได้ยกระดับนาฬิกาเครื่องประดับให้กลายเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีค.ศ.1969 กับคอลเลกชัน 21st Century Collection ที่เป็นหมุดหมายสำคัญของแบรนด์
ความหลงใหลในหินธรรมชาติหลากสีของ Piaget เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ.1963 เมื่อ Gérald และ Valentin Piaget (เจรัลด์ และ วาเลนติน เพียเจต์) หลานชายของผู้ก่อตั้ง ได้นำพาบริษัทแห่งนี้ก้าวสู่การเป็น “เมซง” ระดับสากล ด้วยวิสัยทัศน์ที่สะท้อนความเป็นแฟชั่นและความทันสมัย เผยความเชี่ยวชาญทั้งด้านการสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงและการประดิษฐ์นาฬิกา และในปีค.ศ.1957 แบรนด์คัดสรรเพียงโลหะและวัสดุมีค่าในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และคิดค้นกลไกไขลานที่บางเป็นพิเศษระดับตำนานนั่นคือ Caliber 9P ทำให้หน้าปัดนาฬิกาสามารถขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ในการประดับหินล้ำค่าและคงความบางเฉียบของตัวเรือน หน้าปัดจึงเป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกทางศิลปะของเมซงได้อย่างเต็มที่




ปีค.ศ.1963 ได้เปิดตัวนาฬิกาตัวเรือนทองคำรังสรรค์หน้าปัดจากหินธรรมชาติสำหรับทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ท่ามกลางยุคที่แฟชั่นเต็มไปด้วยสีสันสดใส นับเป็นก้าวแรกที่ท้าทาย แต่ยกระดับนาฬิกาให้เป็นวัตถุแห่งความปรารถนาอันเลอค่า สายนาฬิกาทองคำที่ถักทอด้วยมืออย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญของแบรนด์ จนได้สายทองคำที่พลิ้วไหวและอ่อนนุ่ม และบางรุ่นสร้างสรรค์ในลวดลาย Decor Palace ที่สลักลายด้วยมืออย่างวิจิตร เพื่อให้สอดรับความงดงามของหินรัตนชาติบนหน้าปัด
ปีนี้เมซงหวนกลับไปสำรวจมรดกของตนเองอีกครั้ง เพื่อเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน ปลุดพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ทันสมัยเหนือกาลเวลาผ่านแนวคิด “ศิลปะแห่งสีสัน” ด้วยหินประดับรูปแบบที่แตกต่าง มารังสรรค์ลงบนนาฬิการุ่นล่าสุดของปีนี้ด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์





ถ่ายทอดผ่านโทนสีหลัก 3 สี ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของเมซง เริ่มต้นจากเฉดสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ที่รังสรรค์ในนาฬิการุ่น Sixtie ที่จับคู่กับสายหนัง นาฬิกา Piaget Polo ขนาด 36 มิลลิเมตร ในตัวเรือนพิงก์โกลด์ และนาฬิกา Andy Warhol ที่มากับหน้าปัดบลูควอตซ์ นอกจากนี้นาฬิกา Andy Warhol อีกหนึ่งรุ่นเสนอหน้าปัดหินบูลส์อายสีน้ำตาลแดง จับคู่กับตัวเรือนสลักลายแบบ Clou de Paris รวมถึงผลงานนาฬิกาไฮจิวเวลรี่อย่างนาฬิกากำไลข้อมือ Sixtie เจเนอเรชันล่าสุด ที่นำโอปอลอัญมณีชิ้นโปรดของ Yves Piaget (อีฟต์ เพียเจต์) มารังสรรค์ในเรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งลวดลาย Décor Palace ที่สลักด้วยมืออย่างประณีต
นอกจากนี้เมซงได้หยิบยกนาฬิกาพก Kimono ปีค.ศ.1972 มาตีความเป็นสร้อยคอประดับจี้นาฬิกา 3 สไตล์ในชื่อ Swinging Pebbles ที่ทำจากหินไทเกอร์อายสีทอง หินเวอร์ไดต์สีเขียวและหินปีเตอร์ไซต์ โดยมีตัวเรือนและหน้าปัดได้รับการแกะสลักจากหินแต่ละชนิด เปรียบได้กับชิ้นงานล้ำค่าที่สามารถบอกเวลาได้


เมซงฉลองความเป็นเลิศด้านการผลิตนาฬิกาชั้นสูงด้วยการเปิดตัว Altiplano Ultimate Concept Tourbillon ซึ่งผสานอัญมณีประดับเข้ากับตัวเรือนที่บางเฉียบเพียง 2 มิลลิเมตร หินธรรมชาติได้รับการจัดวางให้เป็นส่วนหนึ่งของกลไก สำหรับนาฬิการุ่นสีน้ำตาลเข้มประดับพิงค์โกลด์ผสานหินตาเสือสีน้ำผึ้งให้สัมผัสที่อบอุ่น และนำเสนอผลงานอีก 4 รุ่น 4 สี เพื่อรำลึกถึงตัวเลือกจากรูปแบบ Style Selector จากยุค 1960 ได้แก่ ไทเกอร์อาย โซดาไลต์สีน้ำเงิน หยกและออนิกซ์ และรายละเอียดที่สามารถเลือกสรรตามต้องการ ทั้งหมดนี้ คือบทสรุปแห่งมรดกอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งอัญมณีอันน่าตื่นเต้นและกล้าที่จะต่างตามแบบฉบับของ Piaget 2026
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF PIAGET





