It’s Not Easy to Be Blackpink: “มันไม่ง่ายเลยที่จะยืนตรงนี้!”


It’s Not Easy to Be Blackpink: 4 สาวเปิดใจถึงเรื่องราวก่อนเดบิวต์ ความเจ็บป่วยทางใจและการเตรียมตัวครั้งใหม่สำหรับคัมแบ็ค


ทำเอาเหล่าบลิ๊งค์ (Blink) น้ำตาตกในไปตามๆ กัน หลังจากนิตยสารดนตรีชื่อดังระดับโลกอย่าง Rolling Stone ได้เปิดตัวคอนเทนต์สุดพิเศษ Blackpink X Rollingstone ที่นอกจากจะเผยภาพรวมทั้งคลิปวีดีโอเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่นในเซ็ตปกของนิตยสารโรลลิ่งสโตน ยังมีบทสัมภาษณ์ที่ทั้ง 4 สาวออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับเส้นทางบนถนนสายดนตรีของพวกเธอและความเจ็บปวดที่อยู่เบื้องหลังภาพฉากหน้าอันงดงามของวงเกิร์ลกรุ๊ปเคป็อประดับโลก ที่หากใครติดตามพวกเธอมาตลอดก็จะรู้ได้ทันทีว่า It’s Not Easy to Be Blackpink จริงๆ!

แบล็คพิ้งค์นับเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวงแรกและเป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงที่ 3 ในรอบ 20 ปี ที่ได้ขึ้นปกนิตยสารโรลลิ่งสโตน ถัดจาก Spice Girls เกิร์ลกรุ๊ปสุดฮ็อตยุค 90s ทีขึ้นปกในปีค.ศ. 1997 และวง Destiny’s Child อีกหนึ่งศิลปินตำนานยุคมิลเลเนียลที่ขึ้นปกในปีค.ศ. 2001 เราจึงอาจจะเรียกได้ว่าพวกเธอถูกยกให้เป็นเกิร์ลกรุ๊ปผู้เป็นเสมือนตัวแทนแห่งยุคสมัยที่ครองใจผู้คนในเจเนอเรชั่นนี้ก็ไม่เกินจริง

ในบทสัมภาษณ์ของโรลลิ่งสโตน แบล็คพิ้งค์แบ่งปันเรื่องราวสมัยพวกเธอเป็นเด็กฝึก (Trainee) ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าการฝึกเพื่อเป็นศิลปินภายใต้การดูแลของค่ายวายจี เอนเตอร์เทนเม้นท์ เป็นหนึ่งในค่ายที่มีความเข้มงวดมากที่สุดในวงการเคป็อป อย่างที่ทุกคนอาจจะเคยได้เห็นมาบ้างแล้วผ่านรายการเซอร์ไววัลของไอดอลชายในค่ายเดียวกันอย่าง WIN: WHO IS NEXT (2013), Mix And Match (2014) และ YG Treasure Box (2018) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวงบอยแบนด์อย่าง Winner iKON และ Treasure

ทุกๆ สัปดาห์จะมีการประเมินผลรายสัปดาห์ที่บังคับให้ศิลปินฝึกหัดทุกคนต้องทำโชว์เพื่อแสดงศักยภาพทั้งด้านการร้อง แรป เต้น รวมถึงการแต่งเพลงและทำงานเบื้องหลัง ซึ่งศิลปินหลายคนทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องของแบล็คพิ้งค์ก็ต่างได้รับความกดดันจากระบบประเมินนี้ เช่น คิมฮันบินอดีตสมาชิกคนสำคัญของวง iKON ที่มักจะรับหน้าที่สำคัญในการคิดโชว์และควบคุมการฝึกซ้อมอย่างหนัก ซึ่งความกดดันนี้ติดตัวเขามาแม้กระทั่งในวันที่เขาเดบิวต์เป็นศิลปินแล้ว โดยฮันบินเคยเปรียบเทียบว่าการต้องทำเพลงและพยายามผลักดันให้วงประสบความสำเร็จทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังแข่งรายการเซอร์ไววัลที่แพ้ไม่ได้อยู่ตลอดเวลาราวกับกำลังใช้ชีวิตอยู่ในกองไฟ

หรือในรายการ YGTreasure Box เราจะได้เห็นบังเยดัม สมาชิกคนเก่งของวง Treasure ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงดังอย่าง Darari สมัยเป็นศิลปินฝึกหัด เขามักจะได้คะแนนดีเยี่ยมในการประเมินเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นระหว่างการประเมิน เราจะได้เห็นว่าเขามักจะร้องไห้ด้วยความกดดันอยู่ตลอดเพราะกังวลในผลการประเมิน

แม้สิ่งเหล่านี้จะเคยถูกถ่ายทอดออกสู่สายตาของแฟนๆ เฉพาะในรายการเซอร์ไววัลของวงบอยแบนด์ แต่แบล็คพิ้งค์เองก็เคยผ่านการฝึกและประเมินประจำสัปดาห์สุดตึงเครียดนี้มาเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่ามันก็ส่งผลต่อสภาพจิตใจของพวกเธอในระยะยาว

โดยเจนนี่เคยเล่าไว้บ้างในไลฟ์พูดคุยกับแฟนๆ ว่าการประเมินรายเดือนเป็นอะไรที่โหดร้ายและเลือดเย็นมาก เพราะยางฮยอนซอก ประธานค่ายในตอนนั้นจะเป็นคนลงมาดูโชว์และให้คอมเมนต์กับพวกเธอโดยตรง สิ่งที่พวกเธอต้องเผชิญจึงเต็มไปด้วยความกดดันไม่ต่างจากภาพที่เราเคยดูผ่านรายการเซอร์ไววัลบอยแบนด์ที่กล่าวถึงข้างต้น ที่พวกเธอต้องเตรียมทั้งท่าเต้น การแบ่งท่อนร้อง และนำเสนอโชว์ออกมาให้น่าสนใจทั้งโชว์แบบกลุ่มและแบบเดี่ยวทุกสัปดาห์

“มันเหมือนกับว่าเราต้องซ้อมไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย จนฉันเริ่มรู้สึกว่านี่เราต้องถูกทดสอบไปเรื่อยๆทุกเดือนแบบนี้เนี่ยนะ!” ลิซ่าได้เปิดเผยผ่านบทสัมภาษณ์ถึงความเหนื่อยยากของตัวเธอเองที่ต้องจากบ้านเกิดและอยู่ห่างพ่อแม่ตั้งแต่เด็กๆ และอธิบายว่ามันอึอดัดที่ต้องซ้อมไปเรื่อยๆ และถูกทดสอบอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่รู้ปลายทางว่าเมื่อไหร่จะได้เดบิวต์

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากมากเลยค่ะ ฉันคุยกับแม่ทางโทรศัพท์ทุกวันหลังจากที่มาอยู่ที่เกาหลี เวลาที่เหนื่อยและเริ่มงอแงว่าอยากจะกลับไปเรียนและใช้ชีวิตแบบเด็กธรรมดาๆ แม่มักจะบอกว่าให้ลองอดทนทำไปอีกสักปีว่ามันจะเป็นอย่างไร เพราะการจะมีโอกาสมายืนในจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและต่อให้ฉันกลับไทยไปแม่ก็ฟันธงว่าฉันคงใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องอยากจะลองใหม่อีกครั้งอยู่ดี เพราะงั้นขอให้อดทนต่อสักหน่อย”

“พวกเราซ้อมกันหนักมากค่ะ เราเต้นกันหนักมากๆ ทุกวัน จนบางครั้งเราก็อยากจะพักบ้างจนพวกเราเคยแอบดึงสายเคเบิ้ลออกเพื่อจะได้หยุดพัก” โรเซ่เล่าและหัวเราะเมื่อลิซ่าพยายามห้ามเธอเพราะอยากเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ก่อนจะเสริมแบบติดตลกว่าสุดท้ายพวกเธอก็ได้พักเป็นเวลาประมาณ 30 นาที เพื่อรอให้ช่างเทคนิคมาจัดการซ่อมและทำทุกอย่างให้เข้าที่ ซึ่งก็นับเป็นเวลา 30 นาที ที่ทรงคุณค่าแบบสุดๆ สำหรับพวกเธอ

ไม่เพียงแค่ความเหนื่อยยากและกดดันที่พวกเธอสะสมมานานตั้งแต่สมัยเริ่มเป็นศิลปินฝึกหักเท่านั้น แต่พวกเธอยังเปิดเผยเรื่องราวและปัญหาสุขภาพทั้งกายใจที่พวกเธอต้องเผชิญจากการทำงานอย่างต่อเนื่องอย่างหมดเปลือก ซึ่งนี่อาจจะนับเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่การคัมแบ็คเต็มวงของแบล็คพิ้งค์ดูจะล่าช้ากว่าศิลปินวงอื่นๆ ในค่ายวายจี เอ็นเตอร์เทนเมนต์มาโดยตลอด

“ฉันมีปัญหาสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจพอสมควรเลยค่ะหลังจากเวิลด์ทัวร์ในปีค.ศ. 2020 จบลง ตั้งแต่เริ่มเดบิวต์พวกเราก็ทำงานกันอย่างหนักแบบไม่มีวันหยุดพักเลย เวลานอนของพวกเรารวนกันหมด ดื่มน้ำไม่เพียงพอและมีปัญหาเรื่องการกิน เป็นอย่างนั้นอยู่ราว 3 ปีก่อนที่เราจะได้เริ่มทัวร์คอนเสิร์ต เราทัวร์กันอยู่เป็นปีซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่หนักมากเสียจนเรารู้สึกเหมือนไม่มีบ้านให้กลับ ตอนนี้ปัญหาสุขภาพเลยนับเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตฉันเลยค่ะ แต่พวกเราก็หลีกเลี่ยงจะพูดถึงมันออกสื่อมาโดยตลอดเพราะกลัวว่าแฟนๆ ของเราจะเป็นกังวล”

เจนนี่เล่าและเสริมว่าเธอรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองไม่แข็งแรงและภูมิคุ้มกันต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เธอจึงพยายามออกกำลังกายหลายอย่างทั้งโยคะ ชกมวย และพิลาทิสเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น ซึ่งมันช่วยให้เรื่องสุขภาพจิตใจของเธอดีขึ้นตามไปด้วย

“สมัยก่อนเวลาที่ได้อัดเพลงหรือลองทำอะไรเป็นครั้งแรก มันเคยสนุกกว่านี้มากเลยค่ะ ฉันอิจฉาตัวเองในตอนนั้น เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็จะยังไม่พอใจสักที อยากจะทำให้ดีขึ้นไปอีก” โรเซ่เล่าโดยมีลิซ่าเป็นคนกล่าวสรุปแบบติดตลก “ฉันก็เป็นเหมือนกัน เหมือนเป็นอาการป่วยที่มาจากการทำงาน (occupational disease) เลย”

นอกจากโรเซ่และลิซ่าที่เปิดเผยว่าเธอรู้สึกเข้มงวดกับตัวเองมากขึ้นหลังจากมาทำงานตรงนี้ จีซูก็ได้เปิดเผยถึงความเหนื่อยสะสมรวมถึงความกังวลเกี่ยวกับงาน ซึ่งส่งผลกระทบกับการนอนของเธอทำให้คืนก่อนหน้าวันที่เดินทางมาสัมภาษณ์เธอหลับได้ไม่เต็มอิ่มนัก พี่ใหญ่ของวงแบล็คพิ้งค์เผยว่าบางครั้งเธอก็รู้สึกเครียดและนึกอิจฉาตัวเธอเองในสมัยมัธยมปลายที่เคยเป็นเด็กสาวขี้เซาที่มีอิสระมากกว่านี้ สามารถนอนอยู่บ้านเฉยๆ ได้ในวันที่เหนื่อยและไม่อยากจะไปเรียน หรือสามารถเดินเล่นไปตามท้องถนนได้โดยไม่มีใครรู้จักเธอ

นอกจากการพูดถึงผลงานโซโล่ที่แฟนๆ เรียกร้องว่า เธอเองยังไม่แน่ใจว่าอยากจะมีผลงานเพลงเดี่ยวเหมือนสมาชิกคนอื่นๆ เพราะเธอไม่แน่ใจว่าสิ่งไหนที่เธอชอบและอยากจะนำเสนอให้กับแฟนๆ ได้ฟัง จีซูยังเล่าถึงอาการเจ็บป่วยทางกายที่ส่งผลกระทบกับงาน เช่นการขึ้นแสดงบนเวทีโคเชลล่า (Coachella 2019) เธอต้องต่อสู้กับอาการปวดหลังอย่างหนักและต้องกินยาระงับปวดทุกวันเพื่อกดอาการปวดนั้นไว้ แม้จะมีทางเลือกคือการนั่งเก้าอี้แสดงและร้องเพียงอย่างเดียวโดยร่วมเต้นไปกับสมาชิก แต่จีซูก็ยืนกรานว่าเธอจะแสดงบนเวทีอย่างเต็มที่

“มันไม่ใช่เพราะว่าฉันรู้สึกว่า ‘ฉันรักการอยู่บนเวทีนี้มาก’ จนยอมฝืนตัวเองหรอกนะคะ แต่มันเป็นเพราะความรับผิดชอบและทิฐิในตัวฉันที่ทำให้ฉันไม่ยอมนั่ง และอยากจะแสดงอย่างเต็มที่ แต่ถ้าถามว่าทำไมต้องทุ่มเทขนาดนี้ มันคือสิ่งที่ฉันชอบจริงๆ หรือเปล่า ฉันเองก็ยังตอบไม่ได้ค่ะ ถึงฉันจะรักการอยู่บนเวทีแต่ก็ไม่ใช่ตลอดเวลา บางคนอาจจะรู้สึกว่าชอบที่ได้อยู่บนเวทีและรับพลังจากแฟนๆ ที่เชียร์เราอยู่ด้านล่าง แต่สำหรับฉันมันต่างออกไปนิดหน่อยค่ะ ฉันรู้สึกเหมือนการขึ้นเวทีเป็นเหมือนบททดสอบที่ต้องทำให้ดีในทุกๆ ครั้งมากกว่าเป็นความสนุกเต็มร้อย”

จีซูพูดสบายๆ ว่าเธอเองก็ยังค้นหาอยู่เรื่อยๆ ว่าแท้จริงแล้วอะไรกันแน่คือสิ่งที่เธอรักและลุ่มหลงจนรู้สึกว่าเกิดมาเพื่อมัน เพราะตอนนี้เธอยังคงหาไม่เจอและคิดว่าในอนาคตหากไม่ได้อยู่ในแบล็คพิ้งค์อีกต่อไปและหางานเหมาะๆ ไม่ได้ เธอก็อยากจะเกาะพ่อแม่และให้พวกท่านดูแลเธอแทน หรืออาจเป็นการเก็บเงินสักก้อนเพื่อไปท่องเที่ยวและค้นหาสิ่งที่เธอจะรักได้จริง

ส่วนลิซ่าก็เล่าว่าเธอเองเคยจินตนาการว่าอีก 10 ปีข้างหน้าแบล็คพิ้งค์จะยังคงอยู่หรือเปล่า เพราะในตอนนั้นพวกเธอคงจะอายุเกือบจะ 40 ปีแล้ว และตั้งคำถามกับตนเองเล่นๆ ว่าหากวันหนึ่งแบล็คพิ้งค์แยกย้ายกันไปเติบโตและแต่งงาน ถึงตอนนั้นหากพวกเธอกลับมาจัดคอนเสิร์ตรียูเนียนเหมือนกับ Spice Girls เธอยังจะเต้นไหวเหมือนที่ทำได้ในตอนนี้หรือเปล่า “มันเป็นเรื่องที่เราสี่คนไม่เคยคุยกันอย่างจริงจังเลยค่ะ มีแต่พูดกันเล่นๆ ว่าถ้าวันหนึ่งต้องแยกย้าย พี่จีซูคงจะย้ายไปใช้ชีวิตที่ฮาวาย ส่วนฉันก็คงจะกลับไทย แต่เอาจริงๆ ฉันไม่อยากจะนึกถึงตอนจบเลยค่ะ เพราะมันเศร้าเกินไป”

ปัญหาสุขภาพและการบอกเล่าถึงความใฝ่ฝันในอนาคตของสาวๆ แต่ละคนที่มีหลังจากแบล็คพิ้งค์สิ้นสุดสถานะความเป็นวง ทำให้แฟนๆ ที่ได้อ่านสัมภาษณ์นี้จากโรลลิ่งสโตนแอบใจเสีย เพราะดูเหมือนสาวๆ จะเปิดเผยและไม่ปิดบังเลยว่าพวกเธอเหนื่อยกับสิ่งต่างๆที่ผ่านมา รวมทั้งการทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดหลังจากเดบิวต์

จนทำให้แฟนๆ เป็นกังวลว่านี่อาจเป็นสัญญาณที่หมายถึงการไม่ต่อสัญญากับค่ายและอาจลงท้ายด้วยการยุบวงเช่นเดียวกับเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นพี่อย่าง 2NE1 หรือเปล่า จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #อิบลิ้งอย่าร้อง ในทวิตเตอร์ขึ้นเพื่อปลอบใจเหล่าบลิ๊งค์ด้วยกันเองถึงอนาคตที่อาจจะมาถึงในเร็ววันนี้

แต่ถึงอย่างนั้นสาวๆ ก็ยังยืนกรานให้แฟนๆ ใจชื้นว่าพวกเธอผูกพันกันมากเหมือนเป็นครอบครัว ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงวันที่ต้องแยกย้าย นอกจากนั้นยังแอบแย้มถึงการคัมแบ็คครั้งใหม่โดยจีซูเผยว่า ช่วงนี้พวกเธอกำลังอัดเพลงกันอยู่แต่ยังไม่เสร็จ ซึ่งก็นับเป็นเรื่องดีเพราะตอนนี้เธอเองกำลังมีปัญหาจากอาการบาดเจ็บที่ขาซึ่งอาจจะทำให้เต้นได้ไม่เต็มที่ ซึ่งท่าเต้นจะถูกออกแบบและเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกซ้อมหลังจากอัดเพลงเสร็จสมบูรณ์ เธอจึงมีเวลาไปเอ็กซ์เรย์ซ้ำอีกครั้งและฟื้นฟูอาการบาดเจ็บก่อนคัมแบ็คอย่างเป็นทางการ ส่วนเจนนี่ก็เปรยว่า ‘อีก 2 ปีหลังจากนี้น่าจะเป็นปีที่แบล็คพิ้งค์ยุ่งมากกับการทำงาน

It's Not Easy to Be Blackpink

สาวๆ แบล็คพิ้งค์ มีกำหนดการณ์จะคัมแบ็คในเร็ววันนี้ โดยข้อมูลล่าสุดที่ถูกเปิดเผยออกมาจากสื่อวงในคือภายในเดือนมิถุนายน แต่จากบทสัมภาษณ์อาจจะมีความเป็นไปได้ที่การคัมแบ็คของพวกเธออาจจะเลื่อนออกไปอีกเพื่อทำเพลงใหม่ที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด โดยผลงานอัลบัมที่แล้วของวงซึ่งวางขายในปีค.ศ. 2020 มียอดขายราว 1.2 ล้านแผ่น และทำให้รายได้บริษัทในไตรมาศแรกของปีค.ศ. 2021 เพิ่มขึ้นถึง 84%

นอกจากนี้พวกเธอยังเปล่งประกายไปทั่วโลกในฐานะแอมบาสเดอร์ของแบรนด์ลักชัวรี่แฟชั่นยักษ์ใหญ่ ทั้งเจนนี่ในฐานะ Global Ambassador ของ Chanel ลิซ่าในฐานะ Global Ambassador คนแรกในรอบ 75 ปีของแบรนด์ Celine และถูกยกให้เป็น Muse คนสำคัญของเอดิ สลิมาน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ประจำแบรนด์ เช่นเดียวกับโรเซ่ ลูกสาวคนโปรดของ Saint Laurent และจีซูที่กลายเป็นคนสำคัญของ Dior ก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าหนทางในเส้นทางสายบันเทิงของพวกเธอยังไปต่อได้อีกยาวไกลอย่างแน่นอน


CREDIT:
PHOTOS: COURTESY OF YG ENTERTAINMENT AND ROLLING STONE MAGAZINE


อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้บน Padthai.co

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn
On Key

Related Posts

Your Tarot Weekly

Post Views: 24 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน – วันเสาร์ที่​ 1 ตุลาคม พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวงชะตามักมี…

PINOCCHIO การ์ตูนสุดคลาสสิกจากดิสนีย์กลับมาอีกครั้งในฉบับคนแสดง

รีวิวหลังดูจบแบบไม่สปอยล์ : PINOCCHIO ย้อนวัยเยาว์กับหุ่นไม้จมูกยาวและความฝันจะกลายเป็นคน ผลงานการกำกับจากโรเบิร์ต เซเม็กคิส

Tarot 18 Sep_thumbnail

Your Tarot Weekly

Post Views: 58 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน – วันเสาร์ที่​ 24 กันยายน พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวงชะตามัก…

Seoul Vibe : เหยียบมิดไมล์ เจาะเวลาหาอดีตซิ่งทะลุโซลไปกับยูอาอิน

รีวิวหลังดูจบแบบไม่สปอยล์ : Seoul Vibe ซิ่งทะลุโซล – มองประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่แฝงไว้ภายใต้หนังซิ่งรถเบาสมองที่มีอะไรให้ค้นหามากกว่าที่คิด

Your Tarot Weekly

Post Views: 43 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน – วันเสาร์ที่​ 17 กันยายน​ พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวง…