Boucheron เปิดตัวแคมเปญ “Outside the Vault” นำเสนอผลงานคลังมรดกของเมซงกลับมาตีความผ่านมุมมองร่วมสมัย

Boucheron (บูเชอรง) เปิดตัวแคมเปญ “Outside the Vault” นำเสนอผลงานคลังมรดกที่ควรโลดแล่นมีชีวิตอยู่ของเมซง สู่การกลับมาตีความผ่านมุมมองร่วมสมัยให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน
แคมเปญ “Outside the Vault” ซีรีส์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน ถ่ายทอดความร่วมสมัยของผลงานในตำนานของเมซง บางชิ้นถือกำเนิดขึ้นมาเป็นระยะเวลามากกว่าศตวรรษครึ่ง นำเสนอผลงานเหล่านั้นในเลนส์ปัจจุบันผ่าน 3 ซิลลูเอ็ตที่สุดแห่งความร่วมสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวที่ถักทอเป็นภาพเคลื่อนไหว ชุดภาพยนตร์และภาพนิ่งเผยให้เห็นหญิงสาวที่ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว เธอคือสัญลักษณ์ของกาลเวลา การเดินทางจากอดีตสู่ปัจจุบัน จากสีขาวดำสู่สีสัน เครื่องประดับที่ปรากฏตัวขึ้นตลอดเรื่องราวนี้ก้าวข้ามยุคสมัย เผยพลังมีสไตล์อันงดงามที่คงชัดเจน ด้วยวิธีการสวมใส่ที่ดูเป็นธรรมชาติ
Frédéric Boudheron (เฟรเดอริก บูเชอรง) หลงใหลในธรรมชาติ สร้างสรรค์ความงามของธรรมชาติด้วยมุมมองที่ซื่อตรง อ่อนน้อมและตรงตามความเป็นจริง เครื่องประดับมรดกสองชิ้นที่สะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน คือ lily-of-the-valley flowers (สร้อยคอประดับดอกลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์) จากปีค.ศ.1893 และเข็มกลัดรูปทรงใบเกาลัดม้าทั้งห้าชิ้นจากปีค.ศ. 1879 ทั้งสองผลงานสามารถปรับเปลี่ยนเป็นเทียร่าได้ เรียกได้ว่าออกแบบมาเพื่อเคลื่อนไหวสำหรับหญิงสาวที่สวมใส่ ในปีนี้เครื่องประดับเหล่านี้ได้รับการตีความอีกครั้งหลอมรวมเข้ากับซิลลูเอ็ตที่ร่วมสมัย อย่างสร้อยคอที่สวมแบบโชคเกอร์ หรือเข็มกลัดที่จัดวางบนปกเสื้อเบลเซอร์ทรงคมกริบ

ในช่วงทศวรรษ 1980 บูเชอรงให้เครื่องประดับเป็นดั่งสนามเด็กเล่น ทั้งแบ่งแยกส่วน มีความเป็นส่วนตัวและสามารถประกอบขึ้นตามความปรารถนา นั่นคือจิตวิญญาณของ “Pluriel” ชุดเครื่องประดับที่ถือกำเนิดขึ้นในปีค.ศ.1987 ประกอบด้วยสร้อยคอ ต่างหูแบบคลิป กำไลข้อมือและแหวนซึ่งทำมาจากทองคำเหลือง ไม้ลายเสือและเพชร ทุกชิ้นได้รับการรังสรรค์ให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ด้วยการสลับแถบเพชรกับวัสดุอื่นๆ ทั้งปะการัง โอนิกซ์ หรือลาพิสลาซูลี โดดเด่นด้วยไม้ลายเสือสะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในการเลือกใช้วัสดุอันหลากหลายที่เมซงได้ทดลองมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เช่นเดียวกับกำไลข้อมือ “Sinnamary” จากปีค.ศ.1986 ที่นำเสนอสีสันที่ตัดกันจากการจับคู่ไม้เข้ากับทองคำ ทับทิมและกับเพชร แม้เวลาจะผ่านมากว่าสี่ทศวรรษ ผลงานเหล่านี้คงดูร่วมสมัย เข้ากันกับทุกลุคในปัจจุบันได้อย่างลงตัว ด้วยวัสดุแต่ละชนิดที่ต่างบอกเล่าเรื่องราวของกันและกัน ทั้งไม้ที่สอดรับกับนิตแวร์ และหนังที่ช่วยเสริมคาแรกเตอร์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น


สำหรับลุคที่สามนี้ ทางเมซงยกย่องมรดกทางด้านกูตูร์ของเฟรเดอริก บูเชอรง ผู้เติบโตมาในฐานะบุตรชายของพ่อค้าผ้า แรงบันดาลใจปรากฏให้เห็นในลวดลายต่างๆ อย่างพู่ประดับอันโดดเด่นของชิ้นงานชุดนี้ รวมถึงกระบวนการขึ้นรูปของทองคำที่หล่อหลอมให้มีความพลิ้วไหวราวกับผืนผ้า เป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของงานฝีมือตามแบบฉบับของบูเชอรง เครื่องประดับทั้งสามชิ้นร้อยเรียงเข้าด้วยกันราวกับลุคของเสื้อผ้า สร้อยคอและสร้อยข้อมือประดับพู่ (1952 และ 1946 ตามลำดับ) เคียงคู่กับนาฬิกาสไตล์เรโทรจากปีค.ศ.1947 แต่ละชิ้นขับเน้นด้วยเทคนิค Spirotube mesh ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 นวัตกรรมที่โดดเด่นมอบความยืดหยุ่นเป็นพิเศษนี้ ออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับการใช้สายโซ่แบบดั้งเดิม สำหรับเมซงเส้นแบ่งระหว่างเครื่องประดับและเสื้อผ้าที่มีซิลลูเอ็ตเรียบง่ายในโทนสีโมโนโครม เครื่องประดับเหล่านี้เผยเสน่ห์ได้อย่างเต็มเปี่ยม เพียงพื้นผิวทองคำอันเปล่งประกายนั้นเพียงพอแล้วในการนิยามเสน่ห์อันสง่างาม


Boucheron (บูเชอรง) เปิดตัวแคมเปญ “Outside the Vault” นำเสนอผลงานคลังมรดกที่ควรโลดแล่นมีชีวิตอยู่ของเมซง สู่การกลับมาตีความผ่านมุมมองร่วมสมัยให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน โดยเครื่องประดับแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนวิสัยทัศน์อันก้าวล้ำของ เฟรเดFrédéric Boudheron (เฟรเดอริก บูเชอรง) ทั้งในด้านนวัตกรรมและการถ่ายทอดความงามของธรรมชาติ ผสานอิสระในการสวมใส่ ตั้งแต่เครื่องประดับที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงดีไซน์โมดูลาร์อันโดดเด่นแห่งยุค 1980 และผลงานทองคำอันประณีตที่สะท้อนมรดกด้านกูตูร์ของเมซงในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ทุกชิ้นงานล้วนสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือและจิตวิญญาณของเมซง ผ่านดีไซน์ที่ก้าวข้ามกาลเวลาได้อย่างสง่างาม
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF BOUCHERON





