เพื่อถวายพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ATELIER PICHITA โดย พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ถ่ายทอดประวัติศาสตร์แห่งการเดินทางสู่การเกิดใหม่ของตำนาน ผ่านผ้าไทย ตลอด 45 ปี แห่งมรดกหัตถศิลป์
ATELIER PICHITA (แอตเตอลิเยร์ พิจิตรา) แบรนด์โอต์กูตูร์ชั้นนำของไทย ภายใต้การนำของดีไซเนอร์ระดับตำนาน “พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์” จัดงานครบรอบ 45 ปีของแบรนด์ ทั้งยังร่วมเป็นหนึ่งในการถวายพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีบทบาทโดดเด่นอย่างยิ่งในการฟื้นฟูหัตถกรรมไทยและเผยแพร่ความงดงามของผ้าไทยสู่สายตาชาวโลก


ในฐานะดีไซเนอร์ผู้ได้รับแรงบันดาลใจและดำเนินรอยตามพระราชปณิธานในการเชิดชูมรดกผ้าไทย และได้รับโอกาสอันเป็นมงคลสูงสุดในการถวายงานตัดเย็บฉลองพระองค์ตามแบบผ้าไทยชนิดต่างๆ ที่ทรงพระราชทาน ตลอดจนร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดผ้าไหมศิลปาชีพ ATELIER PICHITA จึงจัดงานครั้งประวัติศาสตร์นี้ขึ้น นำเสนอแฟชั่นโชว์และนิทรรศการภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Golden Metamorphosis” เพื่อบ่งบอกศิลปะแห่ง “การเปลี่ยนผ่าน” ที่สะท้อนถึงการเติบโต ความแข็งแกร่ง และความละเมียดละไมอย่างงดงาม พร้อมเปิดตัวหนังสือ “PICHITA” ที่รวบรวมผลงานตลอดการทำงานในสายอาชีพ ยลโฉมคอลเลกชันโอต์กูตูร์สุดพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ชั้น 1







พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ กล่าวถึงแก่นสำคัญคอลเลกชันที่เป็นเสมือนบทสรุปการเดินทางตลอด 45 ปี และเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตว่า “ดิฉันและแบรนด์ ATELIER PICHITA ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงฟื้นฟูและเผยแพร่ผ้าไทยจนเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล การที่ได้มีโอกาสถวายงานตัดเย็บฉลองพระองค์จากผ้าไทยที่ทรงพระราชทาน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกผ้าไหมศิลปาชีพ ถือเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการทำงานของดิฉันและ แบรนด์ ATELIER PICHITA มาโดยตลอด











“คอลเลกชัน The Golden Metamorphosis จึงเปรียบเสมือนการเฉลิมฉลอง ‘ยุคทอง’ ของผ้าไทยที่พระองค์ท่านได้ทรงมอบไว้เป็นมรดก โดยเป็นการสร้างสรรค์ระหว่างรากเหง้าและการเกิดใหม่ สะท้อนถึงยุคทองบทใหม่ของแบรนด์ ที่ผสานอดีตอันทรงคุณค่ากับโครงร่างอันล้ำสมัยและกล้าแสดงออก งานออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามและความแข็งแกร่งเชิงสัญลักษณ์ของ “แมลงสีทอง” ถ่ายทอดการแปรสภาพ (Metamorphosis) โดยนำมาตีความถึงการวิวัฒนาการและการเกิดใหม่ของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง หัวใจของคอลเลกชันนี้คือการหลอมรวมสองคู่ตรงข้ามที่ทรงพลัง ระหว่างโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่เฉียบคม และความอ่อนช้อยพริ้วไหวแบบเฟมินีน เข้าไว้ด้วยกัน”
ผลงานในคอลเลกชันนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอันงดงาม สร้างเรื่องเล่าผ่านภาพของ “ดักแด้ที่กำลังคลี่ตัวออกสู่ชีวิตใหม่” การเกิดใหม่นี้เปรียบเสมือนความฝันอันแสนงดงาม การเดินทางเหนือจริงที่ทั้งให้เกียรติต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และเปิดรับอนาคตที่เปี่ยมด้วยความงามและนวัตกรรม









ทุกชิ้นงานคือบทพิสูจน์ถึงหัตถศิลป์ชั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของห้องเสื้อ ATELIER PICHITA ผ้าไหมไทยอันเป็นเอกลักษณ์ได้รับการตีความใหม่ด้วยมุมมองร่วมสมัย เสริมด้วยงานปักทองอันประณีตและเทคนิคต่อผ้าชั้นสูงที่สะท้อนภูมิปัญญาช่างฝีมือของแบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบ การใช้ “สีทอง” ที่แทรกอยู่ทั่วทั้งคอลเลกชันไม่ได้เป็นเพียงการเลือกสี หากแต่คือสัญลักษณ์ของ “ยุคทองแห่งความสำเร็จ” และ “อนาคตอันเจิดจรัส” ที่รออยู่ข้างหน้า
“คอลเลกชันนี้คือบทสรุปแห่งการเดินทาง 45 ปีของเรา และเป็นก้าวที่กล้าหาญสู่อนาคต นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่คือการเกิดใหม่ของตำนาน การผสานกันอย่างวิจิตรระหว่างศิลปะและแฟชั่น ที่ทั้งให้เกียรติอดีตและเปิดเส้นทางใหม่ที่สว่างไสวกว่าที่เคย”
ตำนาน 3 เจเนอเรชัน สู่ #WearableArt ที่ไร้กาลเวลา

เบื้องหลังความสำเร็จ 45 ปีของ ATELIER PICHITA คือเรื่องราวของสามเจเนอเรชันแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลของไทย จาก อาจารย์ลำยงค์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งห้องเสื้อและโรงเรียนสอนตัดเสื้อระพี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาบันสอนแฟชั่นแห่งแรกๆ ของประเทศไทย สู่ พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ และล่าสุดส่งไม้ต่อสู่ทายาทรุ่นที่สาม ฑาทิม รักษะจิตร ที่เข้ามาสานต่อวิสัยทัศน์ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่




การเดินทางนี้จะถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ “45th Year Anniversary Exhibition” ที่จะเปิดคลังสมบัติทางวัฒนธรรม จัดแสดงผลงานเก่าเก็บหาชมยาก เพื่อเจาะลึกเบื้องหลังเทคนิคอันเป็นหัวใจของแบรนด์ ตั้งแต่การทอผ้าไหมไทยด้วยเทคนิคพิเศษ ไปจนถึงเรื่องราวความร่วมมือกับช่างฝีมือท้องถิ่นที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่เปรียบดั่ง “ศิลปะสวมใส่ได้” หรือ WearableArt







“หัวใจของ ATELIER PICHITA คือช่างฝีมือของเราและผ้าไหมไทย ทุกฝีเข็มคือเรื่องราวและจิตวิญญาณที่เราบรรจงใส่ลงไปในแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ซึ่งเราอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า WearableArt ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่คือความจริงที่จับต้องได้ คือมรดกทางวัฒนธรรมที่เราอยากให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัส” พิจิตรา กล่าวเสริม
เปิดตัวหนังสือ “PICHITA” บันทึกตำนาน 45 ปี

นอกเหนือจากแฟชั่นโชว์และนิทรรศการ ภายในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ “PICHITA” ซึ่งรวบรวมภาพผลงานการทำงานและชุดที่เคยถ่ายลงในนิตยสารทุกเล่มทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บรรจุในหนังสือความหนา 380 หน้า จัดพิมพ์จำนวนจำกัดเพียง 1,000 เล่ม จำหน่ายในราคา 3,500 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสภากาชาดไทย พร้อมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาศิลปะในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และจะมีการมอบหนังสือส่วนหนึ่งให้แก่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ก้าวต่อไปแห่งอนาคตที่ท้าทายกว่าเดิม
ในวาระครบรอบ 45 ปี ATELIER PICHITA ไม่เพียงเล่าขานถึงความสำเร็จอันเนิ่นนาน ทว่ายังประกาศวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เผยทิศทางการเติบโตของแบรนด์ที่ขยายขอบเขตจากโอต์กูตูร์ไปสู่การออกแบบยูนิฟอร์มระดับไฮเอนด์สำหรับองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของ แบรนด์ที่พร้อมปรับตัวและนำความประณีตชั้นสูงไปสู่บริบทใหม่ ๆ ในโลกธุรกิจ
“โลกของแฟชั่นไม่เคยหยุดนิ่ง และ ATELIER PICHITA ก็เช่นกัน ในวาระครบรอบ 45 ปีจึงไม่ใช่การมองย้อนไปข้างหลังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเราพร้อมสำหรับก้าวต่อไป ที่จะนำความงามและความประณีตของโอต์กูตูร์ไปสู่บริบทใหม่ ๆ ที่ท้าทายกว่าเดิม” พิจิตรา กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ หนังสือ “PICHITA” จะจัดจำหน่ายโดยพรีออเดอร์ ผ่านเว็บไซต์และ LINE Official สำหรับนิทรรศการ “45th Year Anniversary Exhibition” จะเปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสัมผัสเรื่องราวตลอด 45 ปี และสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจในสายอาชีพช่างเสื้อไทย โดยสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 22 – 29 พฤศจิกายน 2568 ณ ชั้น 1 เอ็มไลฟ์สไตล์ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Instagram ในชื่อ atelier_pichita และ Line@ ในชื่อ @Atelier_Pichita
เกี่ยวกับ ATELIER PICHITA
ก่อตั้งขึ้นในปี 1980 โดย พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ทายาทของ อาจารย์ลำยงค์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งห้องเสื้อและโรงเรียนสอนตัดเสื้อระพี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาบันสอนแฟชั่นแห่งแรกๆ ของประเทศไทย แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะมรดกแห่งวงการโอต์กูตูร์ไทยที่ผสมผสานความสง่างามแบบปารีสเข้ากับจิตวิญญาณแห่งศิลปะตะวันออกได้อย่างลงตัว ด้วยความโดดเด่นด้านงานฝีมือชั้นสูงที่สร้างสรรค์โดยช่างศิลป์ท้องถิ่น ทำให้ผลงานทุกชิ้นของ ATELIER PICHITA เป็นดั่ง #WearableArt ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าและไร้กาลเวลา ปัจจุบันแบรนด์ได้ถูกส่งต่อไปสู่ทายาทรุ่นที่สาม ฑาทิม รักษะจิตร เพื่อสืบสานตำนานและบุกเบิกพรมแดนใหม่ให้กับวงการแฟชั่นไทยต่อไป
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF ATELIER PICHITA
สามารถติดตามคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่





