Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) เผยโฉมยนตกรรม Vantage S เน้นสมรรถนะสูงสุดในตระกูลรถสปอร์ตของแอสตัน มาร์ติน ในงาน Goodwood Festival of Speed 2025
Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) เผยโฉมยนตกรรม Vantage S ที่เน้นสมรรถนะสูงสุดในตระกูลรถสปอร์ตของแอสตัน มาร์ติน โดย Vantage S โดดเด่นความตื่นเต้นเร้าใจและเน้นการขับขี่เป็นหลัก ตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้าระดับแนวหน้า Vantage S เสริมด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น จากการปรับเปลี่ยนภายนอกและภายในที่โดดเด่น Vantage S สร้างมาตรฐานให้กับตระกูลรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้าอันเลื่องชื่อของแอสตัน มาร์ติน
ต่อจาก DBX S ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน Vantage S คือก้าวต่อไปในการฟื้นคืนชีพประเพณีอันยาวนานของ Aston Martin ในการใช้ตัวอักษร “S” ต่อท้ายกับรถรุ่นพิเศษสมรรถนะสูงที่สืบทอดมาจากรุ่นหลัก หัวใจสำคัญของ Vantage S คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดความได้เปรียบด้านสมรรถนะของ Aston Martin ในกลุ่มรถสปอร์ตหรูเครื่องยนต์วางหน้า Vantage S พละกำลัง 680 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ที่ 3,000-6,000 รอบต่อนาที ให้การตอบสนองที่รวดเร็ว


ยกระดับการมีส่วนร่วมและสัมผัสแห่งสมรรถนะของผู้ขับขี่ วิศวกรของแอสตัน มาร์ตินคงพัฒนาและปรับเทียบน้ำหนักและการตอบสนองของคันเร่งให้สอดคล้องกับคุณลักษณะ ‘S’ ด้วยการปรับค่าความต้านทานให้ตรงกับแผนที่คันเร่งแบบ Drive-by-Wire ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ ‘S’ และปรับแต่งให้เหมาะกับโหมดการขับขี่แต่ละโหมด Vantage S มอบความรู้สึกถึงการเชื่อมต่อที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยระบบควบคุมทั้งหมดทำงานประสานกันอย่างกลมกลืน
ระบบส่งกำลังได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยมีการปรับปรุงระบบควบคุมการออกตัว (Launch Control) อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ดีขึ้น 0.1 วินาที จากเดิม 3.3 วินาที (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง 3.4 วินาที) และ 0-124 ไมล์ต่อชั่วโมง (200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในเวลา 10.1 วินาที ความเร็วสูงสุดยังคงเดิมที่ 202 ไมล์ต่อชั่วโมง


Vantage S ได้รับการปรับแต่งรายละเอียดของฮาร์ดแวร์ช่วงล่าง Vantage ติดตั้งระบบส่งกำลัง และซอฟต์แวร์ควบคุมเพิ่มความคล่องตัว รวมทั้งสุนทรีการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่และการควบคุมรถ ส่วนด้านวิศวกรด้านตัวถังของ Aston Martin มุ่งมั่นที่จะดึงความคล่องตัวและการยึดเกาะด้านหน้าจากแพลตฟอร์ม Vantage ออกมาให้มากขึ้น
การปรับแต่งฮาร์ดแวร์และการปรับเทียบซอฟต์แวร์ของโช้คอัพ Bilstein DTX แบบปรับได้ เพื่อรักษาสมดุลของแรงอัดและการคืนตัว เพื่อให้ได้คุณภาพการขับขี่ที่ความเร็วต่ำที่ดีขึ้น ความแข็งของจุดยึดเกียร์ลดลง 10% ช่วยเพิ่มความละเอียดในการควบคุมการเคลื่อนที่ของระบบส่งกำลังไปยังตัวถังและแชสซีส์ ช่วยให้รถสามารถขับขี่ได้อย่างสอดคล้องกับสภาพถนน
เพิ่มประสิทธิภาพด้านความตรงและการเชื่อมต่อพวงมาลัยด้วยการติดตั้งซับเฟรมด้านหลังเข้ากับตัวถังโดยตรง และเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เหล่านี้ ได้มีการปรับแต่งการตั้งค่า Camber, Toe และ Caster ของระบบช่วงล่างตอบสนองฉับไว ปรับปรุงการยึดเกาะด้านหน้าภายใต้แรงกดและปรับสมดุลไดนามิก โดยรวมได้อย่างแม่นยำ เข้าโค้งอย่างเร้าใจด้วยเสถียรภาพที่มั่นคง



Vantage S ดีไซน์ลักษณะภายนอกที่เข้ากันกับสมรรถนะอันโดดเด่นด้วยคุณสมบัติผสานฟังก์ชัน ที่เสิรมประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดยด้านหน้าของ Vantage S โดดเด่นด้วยช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงที่ติดตั้งตรงกลาง ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์สีดำเงา หรือทวิลล์ 2×2 รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศร้อนออกจากเครื่องยนต์ V8 แบบ “hot-V” อีกด้วย
การกำหนดรุ่นจำกัดอยู่ที่ตราสัญลักษณ์ ‘S’ ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่นบนบังโคลนหน้า ตราสัญลักษณ์ ‘S’ แต่ละชิ้นทำด้วยมือที่ทำจากทองเหลืองหลอมขึ้น เปรียบเสมือนเครื่องประดับยานยนต์อย่างแท้จริง ตัว ‘S’ เคลือบด้วยกระจกเคลือบสีแดง ตราสัญลักษณ์ล้อมรอบด้วยโครเมียมชุบโครเมียมทั้งแบบเงาและแบบเข้ม เพื่อให้เข้ากับสีของปีกนก Aston Martin



ด้านหลัง Vantage S สปอยเลอร์ฝากระโปรงท้ายแบบเต็มความกว้างจึงเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดถึงความมุ่งมั่นด้านสมรรถนะที่เฉียบคมของแบรนด์ เน้นย้ำถึงรูปลักษณ์ที่โดดเด่น นำมาใช้เพื่อปรับแต่งอากาศพลศาสตร์ของ Vantage S เพิ่มเสถียรภาพในขณะเดียวกันก็รักษาสมดุลของแรงกด เพื่อสร้างการตอบสนองที่ดีเยี่ยมในการเข้าโค้งและรักษาการยึดเกาะในระดับสูง การปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนของใต้ท้องรถทำให้แรงกดเพิ่มขึ้นอีก 67 กิโลกรัมที่ Vmax รวมถึงการเพิ่มแผงกันลมด้านหน้าและครีบระบายอากาศด้านหน้า
Vantage S สามารถเลือกติดตั้งล้อ Y-spoke ขนาด 21 นิ้วที่สั่งทำพิเศษในสีดำด้านกราฟิกล้อสีแดง โดยคงใช้รายละเอียดสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของตราสัญลักษณ์ ‘S’ เข้าคู่ได้อย่างลงตัวกับคาลิปเปอร์เบรกสีบรอนซ์ที่ตัดกัน
Vantage S คงเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยดีไซน์ ‘S’ ภายในห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยวัสดุ Alcantara ® และหนัง ‘Accelerate’ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ลายทวิลล์ซาติน 2×2 ภายในห้องโดยสารนี้ สะท้อนเอกลักษณ์ของ ‘S’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบเสริมความสปอร์ตให้เต็มขั้น

ภายในของ Vantage S ได้รับการตกแต่งอย่างภาคภูมิใจด้วยโลโก้ ‘S’ ปักบนแผงไหล่ส่วนบนของเบาะนั่ง ด้วยฝีเข็มเกือบ 2,500 เข็ม และเส้นด้ายยาวกว่า 16 เมตร ตราสัญลักษณ์ ‘S’ แต่ละอันสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความหรูหราและสมรรถนะสูงสุดใน Aston Martin S ทุกรุ่น รวมทั้งตราสัญลักษณ์ภายนอก สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีต


ปีกนกอันเป็นเอกลักษณ์ของแอสตัน มาร์ติน ได้รับการปักลงบนพนักพิงศีรษะ เสริมความโดดเด่นด้วยตัวอักษร “S” สามารถเลือกใช้เทคนิคการปั๊มนูนและปั๊มลึก ซึ่งใช้แรงกดสูง (1.5 ตัน) และความร้อนในการขึ้นรูปปีกนกลงบนหนังอย่างแม่นยำไร้ที่ติ สร้างสรรค์รายละเอียดอันประณีตงดงาม นอกจากนี้ มีตัวอักษร “S” ปรากฏอยู่บนแผ่นปิดดอกยางและแผ่นป้ายตรวจสอบขั้นสุดท้ายของห้องเครื่องยนต์อีกด้วย


Vantage S มอบแพ็กเกจตกแต่งภายในสุดพิเศษ มอบความสปอร์ตเหนือระดับของ Vantage ทุกรุ่น ด้วยตัวเลือกสีแดงหรือสีเงินอะโนไดซ์ สำหรับปุ่มหมุนเลือกโหมดการขับขี่โลหะลายนูน สร้างความโดดเด่นสะดุดตาให้กับห้องโดยสาร ปุ่มหมุนเลือกสีให้เข้ากับเข็มขัดนิรภัย ขอบตัดสี ตะเข็บตัดสีและลายปักที่พนักพิงศีรษะ เพื่อสร้างมิติที่โดดเด่นและกลมกลืนตลอดทั้งคัน
สัมผัสความหรูหรายิ่งขึ้น ภายใน Inspire Sport มีให้เลือกทั้งแบบหนังกึ่งอะนิลีนเต็มตัว หรือหนังกึ่งอะนิลีน และ Alcantara ® ทั้งแบบสีเดียวและแบบดูโอโทน ภายในโดดเด่นด้วยลายควิลท์เชฟรอนที่ลดขนาดลง ล้อมรอบด้วยรูพรุน ให้ความรู้สึกถึงความเร็วอย่างโดดเด่น
การเปิดตัวครั้งแรกของโลกอย่างทรงพลังของ Vantage S นำมาโชว์ตัวบนเส้นทางขึ้นเขาอันในงาน Goodwood Festival of Speed ประจำปี 2025 สุดสัปดาห์นี้ เทศกาลแห่งความเร็วนี้จัดขึ้นที่ Goodwood Estate ทุกเดือนกรกฎาคม ประจำฤดูร้อนของอังกฤษ ดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก Vantage S สามารถส่งมอบชุดแรกในไตรมาสที่ 4 ปีค.ศ.2025
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF ASTON MARTIN
สามารถติดตามคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่





