ภายใต้เรื่องราวการย้อนเวลาข้ามศตวรรษ My Royal Nemesis ซ่อนบทเรียนทางจิตวิทยาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความรัก การให้อภัย และเหตุผลที่คนสองคนซึ่งดูเหมือนไม่มีวันเข้ากันได้ กลับกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของกันและกัน
Beyond the Screen
REELReflections by Padthai.co

หากมองอย่างผิวเผิน อาจดูเป็นซีรีส์สูตรสำเร็จอีกเรื่องของ Netflix
หญิงสาวจากยุคโชซอนย้อนเวลามายังโลกปัจจุบัน ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งที่กลายเป็นทั้งคู่ปรับและคู่รัก และเรื่องราว Enemies-to-Lovers ที่แฟนซีรีส์คุ้นเคยกันดี
แต่สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่าง คือการใช้แนวคิด “Nemesis” ในความหมายที่ลึกซึ้งกว่าศัตรูคู่แค้น ในตำนานกรีก Nemesis (เนเมซิส) คือพลังที่เข้ามาท้าทาย เปลี่ยนแปลง และทำให้มนุษย์เติบโต เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของดันชิมและชาเซกเย ทั้งคู่ต่างเป็นคนที่ทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดที่สุด แต่ก็เป็นคนที่ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม
THE PSYCHOLOGY OF PLAYFUL AGGRESSION

เหตุใดคู่รักบางคู่จึงชอบเถียงกัน
นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Playful Aggression หรือการหยอกล้อเชิงแข่งขัน
ในความสัมพันธ์ที่มั่นคง ผู้คนมักกล้าแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น กล้าแซว กล้าประชด และกล้าท้าทายอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะรู้ว่าพื้นฐานของความสัมพันธ์นั้นปลอดภัย ผู้ชมจึงหัวเราะทุกครั้งที่ดันชิมและเซกเยปะทะคารมกัน เพราะเรารู้ว่าภายใต้ทุกคำประชด มีความรักซ่อนอยู่เสมอ
CONCLUSION

บางที Nemesis ที่แท้จริงอาจไม่ใช่ศัตรู
แต่คือคนที่ทำให้เราเติบโต
และกลายเป็นคนที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นได้
CREDITS:
Series: My Royal Nemesis
Platform: Netflix, SBS
Main Cast: Lim Ji-Yeon (อิมจียอน)
Heo Nam-Jun (ฮอนัมจุน)
Director: Han Tae Seob (ฮันเเทซอบ)
REEL Reflections
by Padthai.co
Some stories don’t end
when the screen fades to black
เรื่องบางเรื่อง…ไม่ได้จบลงพร้อมภาพสุดท้ายบนจอ
— Beyond the screen
สามารถติดตามคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่





