Patek Philippe เผยโฉมเรือนเวลา 20 รุ่น และ Nautilus รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ฉลองครบรอบอีก 4 เรือนเวลา เผยความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศของแบรนด์
Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในโลกนาฬิกาชั้นสูงอีกครั้งในงาน Watches & Wonders 2026 ในฐานะผู้สืบทอดประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน แบรนด์เรือนเวลาจากเจนีวาแห่งนี้ คงสานต่อมาตรฐานอันเป็นเลิศ ผ่านความคิดสร้างสรรค์ผสานนวัตกรรมทางเทคนิค สะท้อนความสมบูรณ์แบบทางสุนทรียศาสตร์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกลไกได้อย่างลงตัว
Patek Philippe เผยโฉมเรือนเวลารุ่นล่าสุด สะท้อนพลังอันแข็งแกร่งและความเชี่ยวชาญอันล้ำลึกของแบรนด์ โดยเฉพาะนาฬิกาข้อมือ Grand Complication รุ่นแรกของ Patek Philippe ที่แสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ ต่อด้วย Grand Complication รุ่นแรกในคอลเลกชัน Cubitus และ Grand Complication ผสานฟังก์ชันตั้งปลุกแบบ 24 ชั่วโมง
รวมถึงธรรมเนียมแห่งงานหัตถศิลป์ที่หาชมได้ยาก Rare Handcrafts และกลไกสลับซับซ้อนตามแบบฉบับเจนีวา เปิดตัวนาฬิกาข้อมือกลไก Automaton รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของแบรนด์ ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกรุ่นพิเศษที่จัดแสดงอยู่ใน Patek Philippe Museum ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดย Louis Cottier (หลุยส์ คอตติเยร์) ในปีค.ศ.1958 และสามารถบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาทีได้เมื่อต้องการ เฉกเช่นปีที่ผ่านๆ มา ผลงานรุ่นนี้นำเสนอการตีความที่งดงามประณีตหลากหลายรูปแบบ สัมผัสแห่งสุนทรียภาพ ความสง่างามและความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในทุกรายละเอียด
ปีค.ศ.2026 ถือเป็นวาระสำคัญที่ Patek Philippe ฉลองครบรอบ 50 ปี ให้กับคอลเลกชัน Nautilus คอลเลกชันสปอร์ตหรูระดับไอคอน ด้วยเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 4 รุ่นล่าสุด
ที่สุดแห่งนวัตกรรม Grand Complications

นาฬิกากลไกสลับซับซ้อน (Complicated watches) ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นของ Patek Philippe ผลงานคอลเลกชันประจำปีนี้ เผยความเป็นเลิศและความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์อีกครั้ง ผ่านนวัตกรรมทางเทคนิคสุดล้ำที่สานต่อธรรมเนียมอันยิ่งใหญ่ของ Patek Philippe ในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ผสานฟังก์ชันดาราศาสตร์ Ref. 6105-001G ได้นำเสนอการตีความนวัตกรรมของนาฬิกาประเภทนี้ในมุมมองที่แตกต่าง ผ่านตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 47 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์น หน้าปัดแสดงแผนที่ท้องฟ้า (Sky chart) ตามที่มองเห็นได้จากเมืองเจนีวา ถือเป็นนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของแบรนด์ที่สามารถแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ กลไก Caliber 240 C LU CL LCSO ขับเคลื่อนด้วยระบบอัจฉริยะที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งช่วยให้สามารถปรับตั้งเวลาไปพร้อมกับเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในคราวเดียวในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนเวลา Summer Time และ Winter Time กลไกไขลานอัตโนมัตินี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ทางแบรนด์ใช้เวลาพัฒนากว่า 5 ปี และนำไปสู่การจดสิทธิบัตร 6 ฉบับ

ทางแบรนด์ได้ยกระดับคอลเลกชัน Cubitus ขึ้นไปอีกขั้นผ่านเรือนเวลา Cubitus Perpetual Calendar รุ่น Ref. 5840P-001 ด้วยกลไก Grand Complication รุ่นแรกของคอลเลกชัน บนตัวเรือนแพลทินัมขนาด 45 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยหน้าปัดฉลุโปร่งสีน้ำเงิน คงรักษาเอกลักษณ์ลายเส้นของ Cubitus ฉลุร่องเส้นสายอย่างประณีตที่สร้างมิติและเผยรายละเอียดความงามของแท่นเครื่องและสะพานจักรที่อยู่ภายใน หลอมรวมกลไกบอกเวลาชั้นสูงเข้ากับดีไซน์โมเดิร์นที่ดูโฉบเฉี่ยว ขับเคลื่อนด้วยกลไกสเกเลตันรูปทรงสี่เหลี่ยม Caliber 28-28 Q SQU

นาฬิกา Ref. 5322G รุ่นล่าสุดนี้ ทางแบรนด์นำฟังก์ชันตั้งปลุกกลับมาเป็นจุดเด่นอีกครั้ง ด้วยระบบตั้งปลุก 24 ชั่วโมงและฟังก์ชันแสดงวันที่ ทำให้การแจ้งเตือนเวลานัดหมายหรือช่วงเวลาพิเศษเป็นเรื่องง่าย บนตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 41 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยเพิ่มความหรูหราด้วยการสลักลายกิโยเช่ Clous de Paris ที่ขอบข้างตัวเรือน จับคู่กับหน้าปัดแล็กเกอร์ที่มีผิวสัมผัส คงความชัดเจนเมื่อมองเวลา ระบบตั้งปลุกของกลไกไขลานอัตโนมัติรุ่นนี้ ให้เสียงเตือนที่ไพเราะและหรูหรา ผ่านการทำงานของค้อนที่ตีลงบนกริ่ง (Gong) ตามแบบฉบับดั้งเดิม

Patek Philippe เสนอคอลเลกชันที่เต็มไปด้วยกลไกอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ในรูปโฉมที่ทันสมัย เข้ากับตัวเรือน Calatrava ผ่านโมเดลเด่นอย่าง Ref. 7047G-001 ดีไซน์ร่วมสมัยในวัสดุไวท์โกลด์ขนาด 38 มิลลิเมตร และหน้าปัดสีเนวีบลู รายละเอียดตรงกลางหน้าปัดเล่นลวดลายคาร์บอนแบบนูน ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นฉลองตัวเรือนสตีล Ref. 6007 ในปีค.ศ.2019 (รุ่นฉลองเปิดโรงงาน PP6) ผสานกลไก Minute Repeater สไตล์ Urban ที่ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้าน Grand Complications สำหรับกลไกการทำงานของนาฬิกา Minute Repeater ขับเคลื่อนด้วยไขลานอัตโนมัติ Caliber R 27 PS แบบไขลานอัตโนมัติ ที่ความบางของตัวเครื่องเพียง 5.05 มิลลิเมตร

ผสานศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) และศิลปะแห่งอัญมณีชั้นสูง (Haute Joaillerie) มาบรรจบกัน ก่อเกิดเป็นนาฬิกา Grand Complication Ref. 5374/400P-001 มากับกลไก Perpetual Calendar และ Minute Repeater โดดเด่นด้วยตัวเรือนแพลทินัมที่รับกับหน้าปัดเปลือกหอยมุกจากบาหลี ประดับ Paraiba tourmaline (พาราอิบา ทัวร์มาลีน) ซึ่งเป็นหนึ่งในอัญมณีที่ล้ำค่าและหายากที่สุด ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber R 27 Q รังสรรค์เพียง 8 เรือนเท่านั้น

Patek Philippe เลือกสรรโมเดลระดับตำนานที่มากับฟังก์ชัน Split Seconds Chronograph และ Perpetual Calendar กลับมาอีกครั้งใน Ref. 5204G-010 เวอร์ชันนี้มาในตัวเรือนไวท์โกลด์ หน้าปัดสีน้ำเงินเนวีบลูปัดลายซันเบิรสต์ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber CHR 29-535 PS Q สามารถเปลี่ยนมาใช้สายคอมโพสิตสีน้ำเงินเนวีบลูพิมพ์ลายผ้า Textile motif เย็บด้ายสีแดงตัดกัน ซึ่งช่วยปรับลุคให้นาฬิกาสปอร์ตที่โฉบเฉี่ยว

อีกหนึ่งกลไกสลับซับซ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Patek Philippe อย่าง In-line Perpetual Calendar ได้รับการตีความอีกครั้งใน Ref. 5236P-011 สะท้อนความเรียบหรูเหนือกาลเวลาของตัวเรือนแพลทินัมและหน้าปัดสีเงิน โดดเด่นด้วยการแสดงผลแบบจดสิทธิบัตร ซึ่งรวมการแสดงวัน วันที่และเดือนไว้ในช่องหน้าต่างขนาดใหญ่เพียงช่องเดียว ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา จากการทำงานของกลไก Ultra-flat Caliber 31-260 PS QL ที่บางเฉียบเป็นพิเศษผสานไมโครโรเตอร์ทำจากแพลทินัม



ทางแบรนด์ได้นำนาฬิกาโครโนกราฟ Perpetual Calendar ระดับตำนานอย่าง Ref. 5270 มานำเสนอใน 3 เวอร์ชัน บนตัวเรือนแพลทินัมผสานความสง่างามและความทันสมัยเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย Ref. 5270P-015 โดดเด่นด้วยหน้าปัดแล็กเกอร์สีเทาชาร์โคลไล่เฉดดำ Ref. 5270P-016 หน้าปัดแล็กเกอร์สีน้ำเงินไล่เฉดดำ และ Ref. 5270P-017 สะดุดตาด้วยหน้าปัดแล็กเกอร์สีแดงไล่เฉดดำ โดยทั้งสามรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber CH 29-535 PS Q ที่รวมโครงสร้างแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมจดสิทธิบัตรถึง 6 รายการในส่วนของระบบโครโนกราฟ


Patek Philippe นำเสนอนาฬิกากลไกไขลานอัตโนมัติ Annual Calendar Ref. 5396 ในรูปลักษณ์ล่าสุดเผยความคลาสสิกและสง่างาม ในรุ่นนาฬิกา Ref. 5396R-016 ด้วยตัวเรือนโรสโกลด์เข้ากับหน้าปัดสี Sand-beige ขัดลายซันเบิรสต์ คงขับเคลื่อนด้วยกลไก Annual Calendar ที่ทางแบรนด์ได้สร้างสรรค์และจดสิทธิบัตรไว้เมื่อปีค.ศ.1996 ในขณะเดียวกัน แบรนด์เผยโฉมฟังก์ชัน Annual Calendar อีกหนึ่งเวอร์ชั่นใน Ref. 4946G-001 ซึ่งมาในตัวเรือนไวท์โกลด์ หน้าปัดสีเทาอมฟ้าโดดเด่นด้วยการขัดลายซาตินตัดไขว้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ชวนให้นึกถึงผ้าไหมชานตุง จับคู่มากับสายหนังลูกวัวสีเทาอมฟ้าพิมพ์ลายเดนิมเดินตะเข็บด้ายสีขาวตัดกันอย่างลงตัว ฝาหลังกรุคริสตัลแซฟไฟร์สามารถชมความงามของกลไก Caliber 26-330 S QA LU ได้อย่างใกล้ชิด

ปิดท้ายด้วยผลงานจาก Patek Philippe ได้นำนาฬิกาฟังก์ชันสำหรับนักเดินทางระดับไอคอน มาในดีไซน์เจิดจรัสในนาฬิการุ่น Ref. 7129J-001 ผสานตัวเรือนเยลโลว์โกลด์เข้ากับหน้าปัดแล็กเกอร์ Carmine-red (สีแดงคาร์มีน) สลักลวดลายกิโยเช่ “vieux panier” หรือลายสานตะกร้าด้วยมืออย่างประณีต ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 240 HU ผสานระบบกลไกอัจฉริยะซึ่งจดสิทธิบัตรเมื่อปีค.ศ.1999 สามารถปรับการแสดงเวลาแบบ World Time ทั้งหมดได้พร้อมกันอย่างง่ายดาย เพียงกดปุ่ม ณ ตำแหน่ง 10 นาฬิกา
ความซับซ้อนภายใต้ความเรียบง่าย
นาฬิกาในกลุ่มที่มักได้รับการขนานนามว่าเป็นรุ่น “เรียบง่าย” หรือ Simple watches มีตัวเลือกที่หลากหลายและเติมเต็มคอลเลกชัน โดยผลงานรุ่นล่าสุดเหล่านี้ สะท้อนความร่วมสมัยผสานความประณีตขั้นสูงและความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โดยคอลเลกชัน Calatrava ถือเป็นแก่นแท้แห่งความสง่างามเหนือกาลเวลา ได้ต้อนรับสมาชิกล่าสุดอย่าง Ref. 5227 มอบความคลาสสิกดีไซน์เรียบหรูของ Ref. 5227G-015 ตัวเรือนไวท์โกลด์ขัดเงาทั้งเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร เข้ากับขอบตัวเรือนทรงเว้าและขาตัวเรือนแบบโค้งเว้าเซาะร่อง ตกแต่งหน้าปัดสีโรสโกลด์โอพาลีน โดดเด่นด้วยหลักชั่วโมงทรงกระสุน Obus และเข็มนาฬิกาทรง Dauphine แบบมีเหลี่ยมมุม ทั้งหมดรังสรรค์จากไวท์โกลด์เคลือบสีเทาชาร์โคล ที่มีหน้าต่างแสดงวันที่และเข็มวินาทีกลางหน้าปัด ซึ่งความพิเศษของตัวเรือนสไตล์ “Officer” คือฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ที่ปกป้องด้วยฝาปิดกันฝุ่นแบบบานพับซ่อนรูป สามารถชื่นชมกลการทำงานของไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 26-330 S C มากับคู่สายหนังจระเข้สีน้ำตาลช็อกโกแลตตกแต่งด้วยหัวเข็มขัดไวท์โกลด์


สำหรับ Ref. 7200/50G-001 และ 7200/50G-012 ทางแบรนด์เสนอนาฬิกา Calatrava สำหรับสุภาพสตรีในสองเวอร์ชัน เปล่งประกายความงามของตัวเรือนสไตล์ “Officer” บนตัวเรืนไวท์โกลด์ขนาด 34.6 มิลลิเมตร ดีไซน์แบบหน้าปัดสีเบจทรายขัดลายซันเบิรสต์ คู่กับสายหนังลูกวัวที่สีเข้ากัน สำหรับเวอร์ชันหน้าปัดสีไอซ์บลูขัดลายซันเบิรสต์ จับคู่สายหนังจระเข้เคลือบมุกสีไอซ์บลูอย่างลงตัว ภายในสองโมเดลขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 240 ด้วยมินิโรเตอร์เยื้องศูนย์ที่ทำจากทองคำ 22K ซึ่งนวัตกรรมนี้เองที่ช่วยให้ตัวเรือนมีความเพรียวบางพิเศษ 7.37 มิลลิเมตรเท่านั้น


Ellipse ถึงสองรุ่น ได้แก่ Ref. 5738G-001 ในขนาดใหญ่ 34.50 x 39.50 มิลลิเมตร และ Ref. 3738G/100G-014 ขนาดกลาง 31.1 x 35.6 มิลลิเมตร ที่กลับมาทวงบัลลังก์ โดยนาฬิกาทั้งสองโมเดลมาในตัวเรือนไวท์โกลด์ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวมะกอกขัดลายซันเบิรสต์ มอบมิติความลึกและประกายสะท้อน ประดับหลักชั่วโมงทรงบาตองและเข็มนาฬิกาทรง Cheveux (เชอโว) สืบทอดสุนทรียศาสตร์จาก Golden Ellipse ยุค 1970s ซึ่งรุ่นแรกได้เปิดตัวไปเมื่อปีค.ศ.1968 ภายในบรรจุกลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษ Caliber 240 ที่มากับไมโครโรเตอร์ทองคำ 22K ช่วยให้ตัวเรือนมีความบางเฉียบเพียง 5.99 มิลลิเมตร ครองตำแหน่งนาฬิกาที่บางที่สุดในคอลเลกชันปัจจุบันของ Patek Philipp ถ่ายทอดความงามที่ไร้กาลเวลาด้วยเส้นสายอันกลมกลืนของตัวเรือน คู่กับสายหนังลูกวัวเคลือบเงาสีเขียวมะกอกที่เย็บตะเข็บด้ายสีครีม ตกแต่งหัวเข็มขัดไวท์โกลด์
ชุบชีวิตสมบัติชิ้นเอกของ Patek Philippe Museum ในแบบฉบับร่วมสมัย
Patek Philippe คงมุ่งมั่นในการสืบสานและต่อยอดธรรมเนียมการประดิษฐ์เรือนเวลาอันยิ่งใหญ่แห่งเจนีวาให้คงความมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ผ่านการเผยโฉมผลงานชิ้นเอกที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ที่หาชมได้ยาก Rare Handcrafts ผสานสุดยอดกลไกบอกเวลาอันสลับซับซ้อน

นาฬิกา Ref. 5249R-001 เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกอันล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์ของแบรนด์ มาตีความอีกครั้ง คือนาฬิกาพกที่สามารถบอกชั่วโมงและนาทีได้เมื่อต้องการ ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดย Louis Cottier ในปีค.ศ.1958 เรือนเวลาสุดหายากที่นำเสนอการบอกเวลาอันงดงามดั่งบทกวี ถือเป็นนาฬิกากลไก Automaton รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบันของเมซง และเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้กับนาฬิกาข้อมือของแบรนด์ กลไกการเคลื่อนไหวบอกเวลานี้ ได้แรงบันดาลใจจากนิทานเรื่อง The Crow and the Fox ของ Jean de La Fontaine โดยเรื่องราวทั้งหมด สู่การถ่ายทอดบนตัวเรือนสไตล์ “Officer” หน้าปัดโรสโกลด์ภายใต้พื้นผิวสีน้ำตาลโอพาลีนเฉด “Matara” ทำหน้าที่เป็นฉากหลังได้อย่างวิจิตรบรรจง
50 ปีแห่งความสำเร็จของไอคอนสปอร์ตหรู
Patek Philippe ร่วมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่ง Nautilus หนึ่งในคอลเลกชันแฟล็กชิปของแบรนด์ในปีค.ศ.2026 ด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์สปอร์ตหรูในมุมมองที่แตกต่าง เผยดีเอ็นเอดั้งเดิมของงานออกแบบ ด้วยฟังก์ชันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานความประณีตละเอียดอ่อนของตัวเรือน โดยไอคอนแห่งวงการนาฬิการุ่นนี้จะมากับ 4 โมเดลล่าสุด ซึ่งแต่ละรุ่นจะผลิตขึ้นแบบจำกัดจำนวน ในฐานะนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน



เริ่มต้นที่นาฬิกาขนาดใหญ่ 41 มิลลิเมตร สองรุ่นในตัวเรือนไวท์โกลด์ ได้แก่ Ref. 5810/1G-001 ที่จับคู่กับสายโลหะและสายคอมโพสิต ตามมาด้วยรุ่น Ref. 5610/1P-001 ตัวเรือนและสายแพลทินัมขนาด 38 มิลลิเมตร นาฬิกาทั้งสามรุ่นนี้แสดงเวลาเป็นชั่วโมงและนาที เผยความประณีตและรูปทรงตัวเรือนที่บางเฉียบ จากการทำงานของกลไกไขลานอัตโนมัติแบบบางพิเศษ Caliber 240 ซึ่งเป็นกลไกประวัติศาสตร์ที่เปิดตัวในปีค.ศ.1977 ตามหลังการเปิดตัว Nautilus รุ่นแรกเพียงหนึ่งปี ปิดท้ายคอลเลกชันด้วยดีไซน์ที่แตกต่างที่เป็นเสมือนขบถแห่งยุค 1970s เสนอนาฬิกาตั้งโต๊ะ Nautilus ที่งดงามอลังการในรหัส Ref. 958G-001 ตัวเรือนไวท์โกลด์ขับเคลื่อนด้วยกลไก 8-Day caliber
คอลเลกชัน Rare Handcrafts งานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า
Patek Philippe คงสืบทอดธรรมเนียมการนำเสนอคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่รวบรวมผลงานแบบ One-of-a-kind และลิมิเต็ด เอดิชันไว้อย่างครบครัน ทั้งนาฬิกาตั้งโต๊ะทรงโดม นาฬิกาพกและนาฬิกาข้อมือ โดยผลงานแต่ละชิ้นล้วนเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะ Rare Handcrafts ขั้นสูงสุดของแบรนด์ ทั้งศาสตร์แห่งการทำอีนาเมลแขนงต่างๆ อาทิ Grand Feu cloisonné, การวาดภาพย่อส่วนบนอีนาเมล, grisaille, flinqué, paillonné และ Fauré รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการแกะสลักด้วยมือ งานทำกิโยเช่ด้วยมือและศิลปะการประดับอัญมณีอันประณีต ผลงานระดับมาสเตอร์พีซทั้ง 65 ชิ้นนี้จะถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ “Rare Handcrafts 2026”
นิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ “Watch Art” Grand Exhibition Milan 2026
Patek Philippe ร่วมฉลองธรรมเนียมการประดิษฐ์นาฬิกาอันทรงคุณค่า มอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำไปกับโลกและประวัติศาสตร์ของแบรนด์ใจกลางเมืองมิลาน ในนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ “WATCH ART” ครั้งที่ 7 โดยอิตาลีได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในฐานะตลาดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 18 ตุลาคม 2026 ผู้เข้าชมจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แบบเจาะลึกในโลกของผู้ผลิตเรือนเวลาอิสระแบบครอบครัวรายสุดท้ายของเจนีวา บนพื้นที่จัดแสดงขนาด 2,500 ตารางเมตร นับเป็นนิทรรศการครั้งใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ซึ่งจะมีการเปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันอีกหลากหลายโมเดล นิทรรศการจะจัดขึ้น ณ อาคารประวัติศาสตร์ CityOval (เดิมชื่อ Palazzo delle Scintille) บริเวณ Piazza Sei Febbraio โดยเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันไม่มีวันหยุด
สามารถลงทะเบียนสำรองรอบเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ watchart2026.patek.com
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF PATEK PHILIPPE



