Van Cleef & Arpels เผยความสวยสง่าเต็มไปด้วยความสดใส อันมีชีวิตชีวาเมื่อพรรณพฤกษาผลิบาน

Van Cleef & Arpels (แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์) เผยความสวยสง่าเต็มไปด้วยความสดใส อันมีชีวิตชีวาของพรรณพฤกษากำลังผลิบาน เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง คือช่วงเวลาหนึ่งอันเป็นที่รักของเมซง ในบรรยากาศอันรื่นรมย์ไปกับพรรณพฤกษา
เมื่อปีค.ศ. 2021 เมซงได้สรรค์สร้าง Lucky Spring ขึ้นเป็นคอลเลกชันเครื่องประดับที่ร่วมถ่ายทอดมุมมองสดใสในการดำเนินชีวิตผ่านงานออกแบบโมทิฟแม่ลายมวลแมลงและดอกไม้ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์นำโชคตามธรรมเนียมนิยมสากล
โดยผลงานล่าสุดของ Lucky Spring ในปีนี้ ผสานความหลากหลายของตัวเรือนทองคำสีเหลืองห้าแบบ ประกอบไปด้วยสร้อยคอยาว สร้อยข้อมือร้อยโมทิฟห้าแม่ลาย เข็มกลัดแหวนหว่างนิ้วและต่างหูหนึ่งคู่




เครื่องประดับแต่ละชิ้น แต่ละรุ่นในคอลเลกชัน Lucky Spring จุดประกายปรารถนาให้ครอบครองจากงานออกแบบรังสรรค์พรรณพฤกษาและเหล่าแมลงต่างความหมายมงคล ในปีนี้ผีเสื้อเจ้าของปีกหลากสีสัน ตัวแทนแห่งอิสระและการเปลี่ยนแปลงสู่ความสำเร็จ อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางการสร้างสรรค์ของเมซงมานับแต่ปีค.ศ.1906 เข้ามาโบยบินเติมเต็มแก่คอลเลกชันผ่านการเรียงร้อยแผ่นโมราสีฟ้าสดเป็นคู่ปีกบนอยู่เหนือคู่ปีกล่างทำจากพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิตัดเฉดกับตัวเรือนทองคำสีเหลืองเดินขอบลูกปัดทองเรียงแถวคู่ขนาน สะท้อนรสนิยมอันเป็นเลิศในการเลือกสรรรัตนชาติของเมซง

มอบความอ่อนช้อยจากงานร้อยโมทิฟผีเสื้อกางปีกสามตัวสลับ คั่นกับโมทิฟแม่ลายอื่นบนสายโซ่โดยอาศัยการจัดสัดส่วนอสมมาตร บ่งบอกความพิถีพิถัน ใส่ใจต่อทุกรายละเอียดอย่างเหนือชั้นของเมซง ผ่านงานฝีมือหล่อแบบด้วยเทคนิคสูญขี้ผึ้ง (lost-wax casting) อันเก่าแก่ผสานงานตกแต่งเก็บรายละเอียด รวมถึงความประณีตบรรจงในการขัดผิวทั้งด้านหน้าและหลัง ตลอดจนลูกปัดทองกลมกลึงเรียงแถวเดินขอบซ้อนสองชั้น เพื่อให้ยามแกว่งไกวพลิกกลับไปมา เผยความงดงามตามธรรมชาติประกายสีอย่างสมจริง
บรรดาวัสดุที่นำมาตกแต่งและประดิษฐ์เป็นรายละเอียดพรรณพฤกษา ล้วนผ่านการตรวจสอบ คัดสรรความเป็นเลิศของเมซงเช่นเดียวกับโมราสีฟ้าสำหรับตัดเจียนเป็นปีกบนของผีเสื้อ และโมราสีเขียวในส่วนของใบไม้ในผลงานรุ่นล่าสุดจากคอลเลกชัน Lucky Spring ซึ่งเมซงได้เลือกใช้เฉพาะรงคศิลาขนาดเล็กที่มอบเนื้อสีสดสว่าง สม่ำเสมอและกลมกลืนด้วยระดับโทนอ่อนจนถึงเข้มทั้งสีฟ้า และสีเขียวเพื่อให้มั่นใจในความลงตัวทางเฉดโทนยามอยู่ร่วมกันบนชิ้นงาน ทวีความโดดเด่นด้วยประกายเหลือบเรืองของแม่มุก หรือมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาว ประกายเงางามระยับแสง




สำหรับสร้อยคอยาว มอบความอ่อนช้อยจากงานร้อยโมทิฟผีเสื้อกางปีกสามตัวสลับ คั่นกับโมทิฟแม่ลายอื่นบนสายโซ่โดยอาศัยการจัดสัดส่วนอสมมาตร แหวนหว่างนิ้วหรือ Between the Finger ring เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางงานออกแบบของเมซง ใช้โครงสร้างตัวเรือนวงแหวนปลายเปิดร่วมกับลูกเล่นอสมมาตรทางการตกแต่ง เช่นเดียวกับผลงานรุ่นล่าสุดในคอลเลกชันประจำฤดูกาลนี้ ขณะที่ปลายข้างหนึ่งรองรับลูกเล่นจัดตำแหน่งต่างระดับของโมทิฟมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาวเดินขอบลูกปัดทองแม่ลายดอกเหมยผลิบานกับดอกตูมลิลลี-ออฟ-เธอะ-วัลเลย์ ปลายเปิดฝั่งตรงข้ามคือความงามสง่าของผีเสื้อกางปีกเดินขอบ และเดินเส้นลูกปัดทองกลมกลืนกับตัวเรือนทองคำสีเหลืองจรัสประกายสุกสกาวราวแสงแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ
เติมเต็มความอ่อนช้อยอันวิจิตรบรรจง ผ่านเข็มกลัดคู่ดอกไม้ต่างสายพันธุ์บนหัวแหวนอย่างโดดเด่นบนเข็มกลัดประดับกลีบใบเขียวขจีของโมรา ส่วนต่างหูดอกเหมยห้ากลีบแม่มุกขาวประดับช่อเกสรทองคำห้าแฉกตรงกึ่งกลางกลมกลืนกับงานเดินขอบลูกปัดทองกลมกลึงทวีความคมชัดให้แก่เส้นโค้งวงกลีบ ถ่ายทอดความแข็งแกร่งอันเป็นคุณลักษณ์ธรรมชาติของไม้ดอกที่ผลิบานอย่างงามสง่า การจัดตำแหน่ง ประกอบแผ่นแม่มุกขาวบนเข็มกลัด งานฝีมือขัดผิวขั้นตอนสุดท้ายกับแหวนหว่างนิ้ว
ถ่ายทอดบรรยากาศความงามยามธรรมชาติพลิกฟื้นตื่นจากหลับใหลตลอดฤดูเหมันต์ ปรัชญาทางการออกแบบ “บทกวีบอกเวลา” ประจำเมซง นำมาซึ่งผลงานสร้างสรรค์รุ่นล่าสุดในคอลเลกชันนาฬิกาข้อมือระบบซ้อนกลไก Poetic Complications ผ่านความวิจิตรตระการตาของรายละเอียดเลอค่าบนหน้าปัด Lady Lucky Spring Butterfly เส้นผ่านศูนย์กลาง 33 มิลลิเมตร ดำเนินขึ้นภายในห้องปฏิบัติการสร้างสรรค์นาฬิกาข้อมือของ Van Cleef & Arpels ณ กรุงเจนีวา

นาฬิกาข้อมือระบบซ้อนกลไก “ผีเสื้อบอกเวลา” Lady Lucky Spring Butterfly มอบความละเมียดละไมในอารมณ์ให้กับทุกครายามก้มลงดูหน้าปัดรองรับศิลปะจัดตำแหน่งดอกเหมยแม่มุกขาวเดินขอบลูกปัดทองคำสีเหลืองต่างมิติขนาดทั้งสามให้ลดหลั่นไล่ระดับความสูงเหนือกิ่งทองคำขัดเงาตัดกับเนื้อทองแต่งรายละเอียดของกลีบใบท่ามกลางงานเดินขอบลูกปัดทองเช่นเดียวกับ “กรอบหน้าต่าง” รูปทรงดอกตูมลิลลี-ออฟ-เธอะ-วัลเลย์เป็นช่องว่างเผยให้เห็นแผ่นจานหมุนแม่มุกขาว ติดตั้งตัวเลขบอกชั่วโมงภายในกรอบตัวเรือนอยู่ด้านล่างพื้นหน้าปัด ตัดเฉดกับช่อดอกไม้อย่างงามสง่าด้วยการใช้แผ่นแม่มุกขาวสลักลายริ้วรัศมีตะวัน guilloche (กิโยเช่) เคลือบสีน้ำเงินสดเข้ม ลูกเล่นลายร่องเส้นตรงจากงานสลักยังอำนวยต่อการรับแสงตกกระทบ ให้พื้นผิวอินทรีย์ วัตถุธรรมชาติสะท้อนประกายสว่างเรืองรองรอบทิศทาง



ในขณะที่คู่ผีเสื้อลงยาคือตัวแทนลูกเล่นหัตถศิลป์อันเป็นที่รัก เผยมิติทรงปีกผีเสื้อของแต่ละงานออกแบบ ถ่ายทอดความเป็นเลิศทางไหวพริบสร้างสรรค์และทักษะหัตถศิลป์ต่างแขนง มอบความหลากหลายทางรายละเอียดสุดวิจิตรบรรจง สะท้อนความแตกต่างเชิงมิติในธรรมชาติ เมซงนำบรรดาวัสดุผสานเทคนิคสารพันแขนงที่เพียรพัฒนาและสั่งสมอย่างต่อเนื่องทั้งเพชร ไพลิน แก้วประพาฬ พลอยนกยูงหรือมาลาไคต์ แม่มุกหรือมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ล รวมทั้งไม้เลอค่ากับทองคำต่างเฉดเช่นเดียวกับงานฝีมือลงยา หนึ่งในหัตถศิลป์ชั้นสูงแบบฉบับฝรั่งเศสอันเป็นที่รักของเมซง
โมทิฟแม่ลายผีเสื้อจึงได้รับการรังสรรค์ให้มีความแตกต่าง ทั้งส่วนของลำตัวไปจนถึงหนวด หรือกระทั่งขาแมลง ด้วยการใช้ทองคำหรือลูกเล่นหลากสไตล์ อย่างบรรดาโมทิฟผีเสื้อตามกระแสวัฒนธรรมย่อยบุปผาชนหรือ “ฮิปปี” ที่ร้อยเรียงอยู่บนสายสร้อยเส้นยาวหลายรุ่นระหว่างทศวรรษ 1970 สู่เข็มกลัดผีเสื้อผลงานปีค.ศ.1960 และเข็มกลัดผีเสื้อกลางคืน ผลงานปีค.ศ. 1966
ในยุคเดียวกันนั้นที่ Van Cleef & Arpels ได้นำเทคนิคฝังอัญมณีซ่อนหนามเตย (Mystery Set) ซึ่งทำการจดสิทธิบัตรคุ้มครองไว้ตั้งแต่ปีค.ศ.1933 มาใช้ในงานสรรค์สร้างเครื่องประดับ ถ่ายทอดเฉดสีระยับประกายเรืองละมุนดุจกำมะหยี่บนคู่ปีกได้อย่างสมจริง และกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบันสำหรับงานสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงอย่างแหวนผีเสื้อใบไม้ Kallima (กาลลิมา) และเข็มกลัดผีเสื้อรัตติกาล Onde Mystérieuse (องเด มีซเตริเยอซ) งานออกแบบผีเสื้อถือเป็นหนึ่งในลูกเล่นร่วมสมัยที่สามารถครองความนิยมชมชอบได้ตลอดทุกยุค ตั้งแต่เครื่องประดับชั้นสูงไปจนถึงเครื่องบอกเวลา จากเครื่องประดับประจำวันไปจนถึงผลงานศิลป สู่เครื่องประดับคู่ผีเสื้อในคอลเลกชัน Butterfly Collection หรือบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือระบบซ้อนกลไก Poetic Complications “สายลมแห่งคิมหันต์” Lady Arpels Brise d’Été (เลดี อารเปลส์ บรีซ์ เดเต)
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF VAN CLEEF & ARPELS





