เมซง Boucheron ในปี 2026 รังสรรค์คอลเลกชัน Quatre อีกครั้ง จากการตีความในเวอร์ชันมินิ

เมซง Boucheron ในปี 2026 รังสรรค์คอลเลกชัน Quatre อีกครั้ง ผ่านการเปิดตัว Quatre XS จากการนำแหวนไอคอนิกที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมซง จากการตีความในเวอร์ชันมินิ กับแคมเปญระดับโลก “Quatre is getting mini” ถ่ายทอดโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Boucheron อย่าง Daisy Edgar-Jones (เดซี่ เอ็ดการ์-โจนส์) Han So-hee (ฮันโซฮี) และ Dilan Çiçek Deniz (ดิลาน ชิเชก เดนิซ) ผู้ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของ Quatre XS ในมิติที่แตกต่าง ขณะเดียวกันจักรวาลแห่ง Quatre ได้รับการขยายผ่านผลงานสร้างสรรค์ที่ออกแบบอย่างอิสระในการสไตลิ่งด้วยการเลเยอร์ การมิกซ์แอนด์แมตช์และการจับคู่เครื่องประดับอย่างอย่างมีชั้นเชิงและโดดเด่น




แหวน Quatre สุดไอคอนิกนำมาตีความในไซส์มินิ มอบพลังและความโดดเด่นไว้อย่างครบถ้วน แม้ดีไซน์จะบางกว่ารุ่น Small แต่ถ่ายทอดคุณค่าและความประณีตในทุกรายละเอียด และคงสะท้อนเอกลักษณ์ของคอลเลกชันผ่านลวดลายซิกเนเจอร์ทั้งสี่โมทิฟของ Quatre อย่างชัดเจน กำไลข้อมือ Quatre Black Edition เติมมิติให้คอลเลกชัน ที่ดูกระชับของดีไซน์และเส้นสายกราฟิกอันเฉียบคม และคมชัดในเอกลักษณ์




สองโมทิฟอันเป็นเอกลักษณ์ของ Quatre หลอมรวมอยู่ในแหวนวงเดียว ตัวเรือนรังสรรค์จากทองคำสีเหลืองหรือแพลทินัม ถ่ายทอดการผสานของสองโมทิฟอย่างชัดเจน ลวดลาย Grosgrain ได้แรงบันดาลใจจากริ้วผ้าไหมที่นิยมใช้ทำริบบิ้น สะท้อนรากฐานและมรดกด้านโอต์กูตูร์ของ Frédéric Boucheron (เฟรเดอริก บูเชอรง) ขณะที่ลวดลาย Double Godron ถ่ายทอดการหลอมรวมของสองวงแหวนเป็นหนึ่งเดียว อันเป็นสัญลักษณ์ของความรักระหว่างคนสองคน


เมซง Boucheron เปิดตัวผลงานคอลเลกชัน Quatre Radiant Edition ในโทนสีโมโนโครมจากทองคำขาวและเพชร โดยต่างหูสตั๊ดและสร้อยคอเชือกมัดปมรูดได้นำโมทิฟทั้งสี่ของ Quatre มาตีความผ่านการเจียระไนเพชรหลากหลายรูปทรง: เพชรทรงกลมถูกนำมาใช้สำหรับ Double Godron และลายเส้นเพชรแถวเดี่ยว เพชรทรงบาเเก็ตต์นำมาใช้สำหรับลวดลาย Grosgrain และเพรชทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสำหรับ Clou de Paris (คูลส์ เดอ ปารีส) นอกจากนี้กำไลข้อมือทรงทรงกระบอกตัวยู tubular เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.2025 ใกลับมาอีกครั้งด้วยตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชรแบบพาเว่



เกี่ยวกับคอลเลกชัน quatre และลวดลายแห่ง quatre
Quatre คือบทสรุปของเรื่องราวและมรดกจากอดีต ถ่ายทอดสู่อนาคตผ่านดีไซน์และแนวคิดร่วมสมัย จุดเริ่มต้นคือการค้นพบโมทิฟทรงห่วงต่างลวดลายในแผนกจัดเก็บเอกสารและตัวอย่างงานอันทรงคุณค่าของเมซง โดยแต่ละโมทิฟต่างถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยของเมซง Boucheron
Double Godron ดัดแปลงมาจากรายละเอียดร่องรางที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมตกแต่ง ปรากฏเป็นครั้งแรกผ่านงานรังสรรค์แหวนปลอกมีดยกลายนูนคู่ขนานรอบตัวเรือนในระหว่างทศวรรษ 1860 เผยความสำคัญของสถาปัตยกรรมในฐานะแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจอย่างไม่มีวันหมด งานประกบวงแหวนคู่ของลวดลาย Double Godron บนโมทิฟจตุรลักษณ์ สื่อความหมายถึงการอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวตราบนิรันดร์ของคู่รัก
Clou de Paris หรือลวดลายหินปูถนนสายต่างๆ ในมหานครปารีส หรือลายปูอิฐพื้นถนนลานปลาซ วองโดม ลวดลายลำดับสองในงานออกแบบของ Quatre รังสรรค์มาสู่งานออกแบบลายซ้ำตกแต่งเครื่องประดับ Boucheron ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1911 เพื่อระลึกถึงอาคารประวัติศาสตร์เลขที่ 26 ปลาซ วองโดม ซึ่งเฟรเดอริก บูเชอรงเป็นนักธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีร่วมสมัยรายแรกผู้ตัดสินใจเลือกเปิดทำการบูติก และสำนักงานใหญ่ สร้างความสำเร็จอย่างให้เมซงมาอย่างต่อเนื่องจากอดีตจวบจนปัจจุบัน
Row of diamonds
งานฝังเพชรแถวเดี่ยวเป็นลวดลายลำดับสามในโมทิฟ หนึ่งในรายละเอียดสุดคลาสสิกบนผลงานสร้างสรรค์แบบฉบับ Boucheron มานับแต่ปีค.ศ.1892 ตัวแทนไหวพริบในการพลิกแพลงทักษะ เล่นแสงจรัสประกายของไฟในน้ำเพชร
Grosgrain
งานจำลองแบบลายทอผ้าไหมหล่อบุ้ง อันเป็นผลจากกระบวนการทอเส้นใยไหมยกร่องนูนบนหน้าผ้าทั้งสองด้านก่อนนำไปอัดพลีทจีบละเอียด แรงบันดาลใจจากร่องหยักของริบบิน กรอสเกรนถูกจัดเก็บไว้อย่างดีในแผนกรวบรวมเอกสาร และตัวอย่างผลงานทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปี 1860 ก่อนนำกลับมารังสรรค์อีกครั้งเพื่อรำลึกถึงบิดาของเฟรเดอริก บูเชอรง ซึ่งทำงานเป็นช่างจับเดรปผ้า และมีส่วนในการหล่อหลอมอิทธิพลของกูตูร์ให้แก่ผู้ก่อตั้งเมซง
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF BOUCHERON
สามารถติดตามคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่





