Van Cleef & Arpels สร้างสรรค์ความงามสง่าเหนือยุคสมัย เผยโฉมเครื่องประดับชั้นสูงสองคอลเลกชัน Folie des Prés และ À Cheval Collection

– Folie des Prés –
เครื่องประดับชั้นสูงคอลเลกชัน Folie des Prés (โฟลี เดส์ เพรส์) หรือ “ดอกไม้ป่า” สรรค์สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.2003 เผยความอ่อนช้อย รูปทรงงดงามผสานสีสันของดอกไม้ป่าหลากสายพันธุ์ผ่านความวิจิตรบรรจงของตัวเรือนฝังเพชรล้วน หรืองานฝังเพชรร่วมกับไพลินหลากสีและทับทิม ชวนให้นึกถึงบรรดาเข็มกลัดช่อพฤกษาหลายต่อหลายรุ่นตอนปลายทศวรรษ 1930 ซึ่งมีการออกแบบโมทิฟลายดอกไม้หลากสไตล์รองรับงานฝังรัตนชาติต่างรูปทรง ทั้งทรงกลม ทรงหยดน้ำหรือลูกแพร์ ไปจนถึงเหลี่ยมข้าวสาร หรือ “มาร์คีส์” ในดีไซน์สัดส่วนอสมมาตร สะท้อนความสมจริงตามธรรมชาติได้อย่างแยบยล




สำหรับคอลเลกชันคลาสสิกของเครื่องประดับชั้นสูง “ดอกไม้ป่า” ร้อยเรียงเพชรลูกทรงกลมนำมาฝังเรียงแถวเชื่อมต่อโมทิฟแต่ละชิ้นบนโครงสร้างตัวเรือน เจียระไนทรงเหลี่ยมข้าวสาร และทรงหยดน้ำ ถ่ายทอดความอ่อนช้อยของวงกลีบได้อย่างละเมียดละไม นอกจากเพชรทั้งหมดเหล่านี้ ล้วนผ่านการคัดสรรโดยทีมผู้เชี่ยวชาญประจำแผนกรัตนชาติของเมซง อิงตามมาตรฐานคุณภาพระดับสูง พิถีพิถัน ใส่ใจเป็นอย่างยิ่งต่อความงามสง่าของหน้าตัดและเหลี่ยมมุมเจียระไน อันมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างความกลมกลืน ทวีประกายระยับแสงสุกสว่างทั้งชิ้นงาน
อีกหนึ่งความพิเศษ ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครื่องประดับชั้นสูงคอลเลกชัน Folie des Prés คือการพัฒนาเทคนิคฝังหุ้ม (bezel setting) ซึ่งแต่เดิมคือการหล่อแบบร่องฝังให้เนื้อโลหะอยู่สูงกว่าขอบอัญมณี มอบความแข็งแรงในการยึดตัว กลับบดบังความงดงามของรัตนชาติส่วนล่างที่ประกอบลงไป สู่การปรับแต่งรายละเอียดให้รองรับมิติรูปทรงของงานเจียระไน ร่วมกับการนำ “บานพับซ่อน” มาใช้เป็นกลไกประกอบโมทิฟแต่ละชิ้นส่วน มอบความยืดหยุ่นให้ตัวเรือนและช่วยลดน้ำหนักโครงสร้าง สู่ความสบายยามสวมใส่

– À Cheval –
ระหว่างปีค.ศ.1981 คอลเลกชัน À Cheval (“อา เชอวาล” มาจากคำกิริยาภาษาฝรั่งเศสว่า se chevaucher: เซอ เชอโวเชร์ แปลว่า “เหลื่อมซ้อนกัน”) หรือ “เหลี่ยมหลังม้า” คือเครื่องประดับชั้นสูง ซึ่งได้รับการสรรค์สร้างเพื่อยกย่องความบริสุทธิ์ กระจ่างใสและประกายสุกสว่างน้ำเพชรจากการใช้เทคนิคพิเศษ จากการฝังอัญมณีขึ้นตัวเรือนบนโครงสร้างของชิ้นส่วนต่างๆ นำมาประกอบเข้าด้วยกันจนเหมือนเป็นขั้นบันไดฝังเพชรเรียงซ้อนไล่กันขึ้นไป เอกลักษณ์มีมิติทรงเสมือนสันเหลี่ยมหลังม้าของตัวเรือนเครื่องประดับแต่ละชิ้น เป็นผลจากการประกอบชิ้นส่วนโครงตาข่ายงานฝีมือ อันสลับซับซ้อนเพื่อมอบความยืดหยุ่น ตามสัณฐานสรีระอย่างแนบเนียน รองรับทุกการเคลื่อนไหว





แต่ละชิ้นส่วนได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างเปิดโปร่ง รูปทรงคล้ายตะขอปากม้าเกี่ยวห่วงโลหะทอง สำหรับงานฝังหุ้มเพชรเรียงแถวให้ประกบติดกันในตำแหน่งลดหลั่นไล่ระดับ ทำมุมเหมือนสันเหลี่ยมของหลังม้าตามสมมาตรทางสัดส่วน ช่างขึ้นแบบตัวเรือนเครื่องประดับจะทำการประกอบงานทีละลำดับเริ่มจากฐานโครงสร้างแถวล่างสุด ไล่เรียงเหลื่อมซ้อนขึ้นไปจนถึงแถวบนสุดเป็นเส้นกลางของสันเหลี่ยม ต่อเนื่องเป็นระเบียบอย่างงดงาม งานขัดผิวก็ดำเนินหลายครั้งจนงานประกอบโครงสร้างขั้นบันไดสองทาง ก่อมิติทรงตัวเรือนเหลี่ยมหลังม้าเสร็จสมบูรณ์ เพชรแต่ละแถวคล้ายเหลื่อมซ้อนเป็นประติมากรรมนูนต่ำ รับแสงตกกระทบก่อลีลาสะท้อนกลับเป็นประกายสว่างระยิบระยับเรืองรองละมุนตา

เสมือนเป็นเวทีแสดงความเลอค่าของน้ำเพชรท่ามกลางความวิจิตรบรรจง ชวนให้นึกถึงเครื่องประดับเพชรน้ำ ซึ่งครองความนิยตลอดทศวรรษ 1930 ผลงานบางชิ้นในคอลเลกชัน À Cheval คงทวีความเลอค่าด้วยลูกเล่นเชิงศิลป์ จากการดัดแปลง พลิกแพลงวิธีสวมใส่ จากสร้อยคอหนึ่งเส้นสู่การแยกชิ้นเป็นสร้อยข้อมือสองเส้น เช่นเดียวกับจี้ต่างหูที่ง่ายต่อการปลดออกมาใช้เป็นเข็มกลัด
CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF VAN CLEEF & ARPELS
สามารถติดตามคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่





